Readers Club : เมื่อกะทิเป็นการ์ตูน

พ.ศ. 2546 คือปีแรกที่นักอ่านได้รู้จักกับนวนิยายเรื่อง ‘ความสุขของกะทิ’ นับแต่นั้น เด็กหญิงกะทิก็ไปอยู่ในใจใครหลายคน เมื่อปี พ.ศ. 2549 นวนิยายเรื่องนี้คว้ารางวัลซีไรต์มาครอง ตามมาด้วยภาคต่อของกะทิ ทั้งยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาจาก สพฐ. จากนั้นความสุขของกะทิก็ได้รับการพิมพ์ซ้ำอย่างต่อเนื่อง จนถึงครั้งที่ 100 เมื่อเดือนตุลาคม ปีก่อน และล่าสุด ‘ความสุขของกะทิ’ ได้กลายมาเป็นนิยายภาพ ถ่ายทอดโดย ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร

 

ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45 แพรวสำนักพิมพ์ จัดงานสัมมนาและเปิดตัวนิยายภาพ ‘ความสุขของกะทิ ฉบับลายเส้น’ โดยมี งามพรรณ เวชชาชีวะ เจ้าของต้นฉบับความสุขของกะทิ และวิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูนชื่อดังของเมืองไทย ผู้สร้างสรรค์ ‘เด็กหญิงกะทิ’ จากตัวอักษรสู่ลายเส้นการ์ตูน เข้าร่วมงานสัมมนาในครั้งนี้

 

งามพรรณ เวชชาชีวะ ผู้ให้กำเนิดเด็กหญิงกะทิกล่าวว่า “ความสุขของกะทิเป็นผลงานเขียนเล่มแรก กลั่นกรองจากประสบการณ์และข้อสังเกตในชีวิตและโลกรอบตัว ยังจำวันแรกที่เขียนได้ ประโยคแรกเขียนว่า แม่ไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมา จากนั้นก็อยากเริ่มจากอะไรใกล้ ๆ ตัว เลยเริ่มจากกระทะและตะหลิว ซึ่งเป็นบทแรกของความสุขของกะทิ ตอนนั้นอยากเขียนหนังสือ อยากเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นคำถามมาจากตัวเองว่า ถ้าคนเรามีครบทุกอย่างจะมีความสุขไหม เลยคิดว่าจะเล่าเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอะไรครบทุกอย่าง แล้วเขาจะสามารถมีความสุขในชีวิตได้ด้วยวิธีไหน อยากให้ข้อคิดว่ามีหลายเรื่องที่เราเลือกไม่ได้ แต่เราเลือกจะมีความสุขกับมันอย่างไร นี่คือแรงบันดาลใจที่สร้างความสุขของกะทิ”


เมื่อถึงวาระที่นวนิยายเรื่อง ความสุขของกะทิ มีอายุครบ 10 ปี ในพ.ศ. 2556 สำนักพิมพ์กับงามกับงามพรรณ เวชชาชีวะ ผู้เขียนได้ปรึกษากันว่าน่าจะจัดทำอะไรเพื่อตอบแทนผู้อ่านที่ให้การสนับสนุนเด็กหญิงผมม้านามว่ากะทิด้วยดีเสมอมา จึงเป็นจุดเริ่มต้น ‘ความสุขของกะทิ ฉบับลายเส้น’

“ดิฉันเคยทำงานกับคุณตั้มมาก่อน ตอนนั้นสำนักพิมพ์จากญี่ปุ่นอยากได้นักเขียนไทยไปเขียนหนังสือภาพให้ เขาก็ชวนดิฉันเขียน ซึ่งทางญี่ปุ่นเลือกคุณตั้มเป็นคนวาดรูปจำได้เลยว่าคอมเม้นต์แรกของคุณตั้มที่คุยกันเขาบอกว่า ไม่ยักรู้ว่าพี่เจนเป็นคนตลก เราก็แอบเสนอ บ.ก. ว่า อยากเสนอคุณตั้มมาวาดให้
แต่ไม่รู้ว่าจะสนใจหรือเปล่า เพราะงานคุณตั้มค่อนข้างเยอะ”

 


ส่วนตัวผู้วาดได้พูดถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อนิยายภาพที่ใช้เวลาวาดกว่า 2 ปีเล่มนี้ว่า “ผมเคยเห็น ความสุขของกะทิ ในมุมขายหนังสือในห้างและซื้อมา คิดว่าจะอ่าน เพราะอยากรู้ว่าคุณงามพรรณ เขียนอะไร ทำไมขายดิบขายดี พิมพ์ซ้ำเยอะมาก แต่แล้วตามนิสัยขี้เกียจ ผมก็ไม่ได้หยิบมาอ่าน และหนังสือความสุขของกะทิก็กลายเป็นหนึ่งในหนังสือซื้อแล้ววางลืมเล่มหนึ่งในบ้าน”


เมื่อได้รับการติดต่อจากบรรณาธิการตอนแรกตั้มยังไม่ตอบตกลง ด้วยความที่มีงานในความรับผิดชอบเยอะ ประกอบกับไม่ถนัดในการทำงานวาดการ์ตูนจากเรื่องราวที่คนอื่นเขียน เขาจึงนำเสนอบรรณาธิการว่าจะทำเป็นภาพประกอบแทน แต่เมื่อได้กลับไปอ่านความสุขของกะทิเขาก็กลับมาบอกบรรณาธิการว่า คงต้องวาดเป็นการ์ตูน เพราะภาพในหัวของเขาเห็นเป็นฉากเป็นตอน ๆ และยังเป็นตัวการ์ตูนที่ลงสีอีกด้วย

 


“ช่วงหนึ่งเราไลน์คุยกัน คุณตั้มคงอยากแน่ใจ ก็ถามว่าตัวละครหน้าตาประมาณนี้ได้ไหม เราก็บอกว่าแล้วแต่คุณตั้มจะวาด ให้เป็นจินตนาการของคุณตั้มที่อยากทำให้คนอื่นเห็น เพราะการ์ตูนมีคุณสมบัติพิเศษ คนอ่านกับคนเขียนเขาสื่อสารถึงกันได้ อยากให้คนวาดทำด้วยความรู้สึกสนุก บอกคุณตั้มว่าฟรีเลย ใช้แค่ว่าได้แรงบันดาลใจจากความสุขของกะทิก็ไม่ว่า แน่นอนว่าพอเห็นงานออกมาต้องบอกว่าน้ำตาไหล เพราะคุณตั้มเก็บมุมมองของกะทิ บุคลิกตัวละครของกะทิ และตัวละครอื่น ๆ ได้อย่างละเอียด เชื่อว่าเด็กที่ไม่เคยอ่านเล่มที่เป็นตัวหนังสือ มาอ่านฉบับการ์ตูนคงได้รับความสุข ความประทับใจ ดิฉันมาอ่านเองก็ยังประทับใจ มีบางมุมที่อ่านแล้วซาบซึ้ง”


คือความในใจของงามพรรณ เวชชาชีวะ เจ้าของบทประพันธ์ความสุขของกะทิ เมื่อได้เห็น ‘ความสุขของกะทิ ฉบับลายเส้น’ ส่วนนักวาดการ์ตูนคนดังตั้ม-วิศุทธิ์ ก็ฝากผลงานชิ้นนี้ไว้ว่า “แรก ๆ เราพยายามจะรักษาผลงานต้นฉบับพี่เจนไว้มาก ๆ หลัง ๆ ถามพี่เจนว่าคนนี้หน้าตายังไง ฉากนี้น่าจะเป็นแบบไหน พี่เจนก็บอกว่า เอาตามใจตั้มเลย ตอบมา 3 ครั้งแรกผมไม่ค่อยเชื่อพี่เจนหรอก แต่พอ 5-6 ครั้ง พี่เจนยังบอกเหมือนเดิมว่า ตามสบายเลย เพราะเป็นผลงานของตั้ม เราก็เฮ้ย พี่เขาอาจพูดจริง ก็เต็มที่เลย ตอนหลัง ๆ จังหวะงานเริ่มเป็นตัวเองมากขึ้น มีการตัดต่อในรูปแบบการ์ตูนมากขึ้น ซึ่งเรารู้แล้วละว่ามันเริ่มเร็วขึ้น คงแตกต่างจากหนังสือพี่เจน ถ้าคนอ่านอ่านก็อยากให้อ่านด้วยความรู้สึกว่า ทำความรู้จักกะทิใหม่อีกครั้งหนึ่ง”


เชื่อแน่ว่าหากใครได้ลองอ่าน ความสุขของกะทิ ฉบับลายเส้นก็คงจะรักเด็กหญิงกะทิมากขึ้นกว่าเดิมแน่ ๆ


อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.