อุ๋ย Buddha Bless ธรรมะคือกฎธรรมชาติ

โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง แรพเปอร์ พิธีกร นักร้องวง Buddha Bless นักแสดง คือคำอธิบายความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ นที เอกวิจิตร ที่เรารู้จักกันในนาม อุ๋ย Buddha Bless วันนี้เขาทำงานในรูปแบบศิลปินเดี่ยวโดยไม่มีสังกัด มีเพลงใหม่ออกมาให้เราฟังช่วงนี้คือ อายุขัย และ ใช่มั้ย? ซึ่งเพลงอายุขัย เป็นเพลงที่เขาแต่งเองทั้งคำร้อง ทำนอง แม้จะไม่ใช่เพลงฮิต แต่เนื้อหาของเพลงที่ต้องการสื่อถึงสัจธรรม ถึงความไม่จีรังของสรรพสิ่งในโลกนี้กลับถูกใจคนฟังจำนวนหนึ่ง

“เมื่อจิตใจเขาอยู่ในแดนลบ เป็นทุกข์อยู่ ฟังเพลงเราแล้วรู้สึกดีขึ้น ผมรู้สึกว่าทำตามเป้าหมายสำเร็จแล้ว”

อุ๋ยบอกเราว่าทุกวันนี้ความสำเร็จในการงานของเขาไม่ได้หมายถึงคำว่าขายได้ และมีงานจ้างเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผลของงานที่มีส่วนได้ยกระดับจิตใจคน ซึ่งบทสัมภาษณ์ต่อไปนี้จะเป็นบางส่วนแง่มุมความคิดของแรพเปอร์หนุ่มที่มุ่งมั่นทำตามความฝัน และใช้หลักธรรมในการดำเนินชีวิต

 

พักหลัง ๆ เห็นคุณอยู่ในพื้นที่สื่อเยอะ โดยเฉพาะประเด็นข่าวดราม่าหลาย ๆ เรื่อง

ส่วนใหญ่ผมจะโดนด่าว่า อยากดังล่ะสิ ออกมาพูดเรื่องนี้ ผมบอกว่า ผมพูดเรื่องนี้มานานมากแล้ว ถ้าอยากดัง ผมไม่ต้องอยากดังด้วยวิธีนี้หรอก แล้วผมก็ไม่ดังมาจากการวิจารณ์เรื่องพวกนี้ ผมรู้สึกว่าเรื่องที่คิดว่าควรออกมาพูด ผมก็ออกมาพูด บางเรื่องผมพูดมาตั้งนาน แต่ไม่ได้เป็นประเด็น เพราะสื่อไม่ได้เรียกผมไปออก อย่างเรื่องธรรมกาย ผมพูดนานแล้วแต่สื่อไม่ได้เชิญผมไปออก ย้อนดูไทม์ไลน์ของผมได้ ยิ่งถ้าคนรู้จักตัวตนผมจะรู้ว่าผมพูดเรื่องธรรมกายเป็น 10 ปีแล้ว ไม่ใช่ว่ามีประเด็นแล้วมาโหนกระแส ถ้าโหนกระแส คงไปทุกเรื่องแล้ว แต่เรื่องธรรมกายเป็นเรื่องที่ผมสนใจ ศึกษา หาความรู้กับเรื่องพระวินัย เรื่องเกี่ยวกับศาสนาพุทธ เลยกล้าออกไปพูด

 

เพลงของคุณหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงลำยอง ชิงหมาเกิด ยาเสพติด จริง ๆ ก็เกี่ยวกับประเด็นทางสังคมที่เกิดขึ้น ณ ช่วงนั้น ๆ ด้วย

ใช่ครับ แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่ามันไม่ได้ฮิตเท่า Fire เพลงที่ทางโลกจ๋า เฮฮา สนุกสนานจะฮิตกว่า ขายดีกว่าเป็นที่แน่นอน ถ้าผมเลือกจะเอาเงินเป็นหลัก ผมทำทางนั้นอย่างเดียวผมก็จะได้เงิน ได้งานมากกว่า แต่ส่วนตัวผมก็รู้สึกกระดากที่จะไปทางนั้น ผมคิดเยอะเองละ ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนะครับ อย่าคิดว่าเป็นคนดี อยากช่วยสังคม ผมว่าคนเราอยากให้คนอื่นมองเรายังไง ก็จะผลิตงานออกมาแบบนั้น ผมอยากให้คนอื่นมองผมว่า ผมใส่ใจกับคนรับสื่อ อยากให้เขารู้สึกดีขึ้นในด้านจิตใจ

 

เพลง อายุขัย ซิงเกิ้ลที่ 2 จากผลงานเดี่ยวของคุณ หวั่น ๆ ไหมว่ามันจะเป็นยังไง ฮิตไม่ฮิต

ไม่หวั่นครับ เพลงนี้ผมแฮปปี้กับมัน ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเยอะในทางความคิด ประสบการณ์การทำงานบอกเราว่าสุดท้ายแล้วความสำเร็จ ไม่ใช่แค่คำว่า ขายได้ มีงานจ้างอย่างเดียว ยิ่งพออ่านคอมเม้นต์จากคนที่ได้ฟังเพลงแล้วเขาบอกว่าทำให้เขาทุกข์น้อยลง ในแง่ศิลปินผมว่าเราได้รางวัลของความเป็นศิลปิน แต่ผมไม่ได้รางวัลในแง่พ่อค้า ผมรู้สึกศิลปินทำงานศิลปะ ได้ยกระดับจิตใจคน เมื่อจิตใจเขาอยู่ในแดนลบ เป็นทุกข์อยู่ ฟังเพลงเราแล้วรู้สึกดีขึ้น ผมรู้สึกว่าทำตามเป้าหมายสำเร็จแล้ว ส่วนจำนวนคนฟังมากน้อยเป็นเรื่องความสามารถในการเผยแพร่ของผม ถ้าถูกใจคนได้มากก็กระจายวงกว้างได้มาก แสดงว่ามีความสามารถในการเป็นนักมาร์เก็ตติ้งที่ดี แต่ถ้าไปสู่หูคนฟังได้ไม่มาก แสดงว่าผมเป็นนักมาร์เก็ตติ้งที่ไม่เก่ง

 

 

อย่างที่บอกว่าคนฟังเพลงของคุณแล้วทำให้เขารู้สึกทุกข์น้อยลง หรือได้รับการเยียวยาอะไรบางอย่าง สำหรับตัวคุณเองล่ะคะมีเพลงไหนที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกอย่างนั้นบ้าง

เพลงความเชื่อ ของบอดี้สแลม ผมคิดเลิกทำอัลบั้มแรกตอนทำไปได้ 3 เพลง เพื่อนในวงเลิกกันหมด โต้งเลิกทำ เหลือผมกับเอ็มทำกัน 2 คน เอ็มบอกจะเลิกแล้ว เพราะดูไม่มีวี่แววเลย ทำครบ 10 เพลง เขายังไม่บอกเลยว่าจะให้ออกอัลบั้มแล้วมันเหนื่อยมากในการทำงาน ทุ่มเททั้งเวลา การทำงาน เขาก็ไม่เอาแล้ว เหลือผมคนเดียว ผมคิดจะเลิกทำ จะไปสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ ใบอนุญาตขายหุ้น เช้าวันที่จะไปสอบได้ฟังเพลง ความเชื่อ ของบอดี้สแลม ผมไม่ไปสอบเลย ตัดสินใจมาทำต่อ เพิ่งครบปีวันนั้นที่ผมตั้งเป้าไว้ แล้วเพลงความเชื่อก็เพิ่งออกในตอนนั้น ฟังรอบแรกร้องไห้ รอบสองร้องไห้ รอบสามร้องไห้ โดนใจเรามาก ช่วงที่ผ่านมาท้อสุด ๆ แล้ว ไม่เอาแล้วโว้ย เพ้อเจ้อว่ะ ความฝันว่ะ มันไม่ใช่โลกของความเป็นจริง แต่พอฟังเพลงนี้ทำให้มีแรงกลับมาทำต่อได้

 

ชีวิตนี้คุณยังมีความทุกข์อยู่ไหม

แน่นอนครับ พระยังมีความทุกข์อยู่เลย แต่ผมแค่เรียนรู้วิธีทำให้ความทุกข์ผมสั้นลง กลับมาอยู่กับปัจจุบัน รู้ตัวว่าทุกข์เพราะความคิด ก็กลับเอาใจมาอยู่กับตัว ไม่ปล่อยลอยออกไป อยู่กับความคิด และหมั่นทำมันอยู่บ่อย ๆ พอมีทุกข์ก็ใช้วิธีนั้นดึงกลับมา ทุกข์อีกก็ใช้วิธีนั้นดึงมันกลับมาอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ

 

  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1098 ปักษ์หลังสิงหาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.