คุณหมอสุดฮอต เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช

จากริท เดอะสตาร์ นักร้องที่หลายคนชื่นชอบ ขวัญใจทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และบรรดาวัยใส ปัจจุบันเป็น นายแพทย์เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช ใช้ทุนสาขาอายุรศาสตร์ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงเป็นเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟ Creadz Cafe และมีพ็อกเกตบุ๊คชื่อ ทำทุกอย่างให้สุด Ritz ทั้งหมดเป็นงานที่เขาทำนอกเหนือจากวงการบันเทิงริทถูกจับตามองในฐานะคนบันเทิงที่สามารถทำงานและเรียนไปพร้อม ๆ กัน และเขาสามารถทำออกมาได้ดีทั้งคู่ ถือเป็นอีกหนึ่งแบบอย่างให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างดี

ตอนนี้เป็นคุณหมอแล้ว มีการจัดสรรเวลากับงานในวงการอย่างไรคะ
ยังไงริทก็จะต้องยึดเรื่องของแพทย์เป็นหลัก คือทำอาชีพหมอเป็นอาชีพหลักอยู่ดี วันจันทร์-ศุกร์ ทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล ริทมีหน้าที่ไปตรวจคนไข้ ทำงานตามเวลาราชการปกติ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ถ้ามีเวรก็ต้องอยู่เวรครับ...ตั้งแต่ตอนที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยแล้ว ริทจะแบ่งเวลาชัดเจนครับ วันจันทร์-ศุกร์จะเป็นเวลาเรียน วันเสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่มีเรียนก็ไปทำงาน แล้วตั้งใจทำงานไปเลย ในหัวจะต้องไม่มีเรื่องการเรียนมาเกี่ยวข้อง ต้องแยกสมองออกมาเลย

ช่วงที่เรียนแพทย์ ความเป็น ริท เดอะสตาร์ ที่คนรู้จัก สร้างความกดดันไหม
ถามว่ารู้ตัวไหมว่ามีคนมองอยู่ รู้ตัวนะครับ เพราะด้วยความเป็นริท เดอะสตาร์ ก็จะมีเด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษาที่เขามองเราเป็นแบบอย่าง ยิ่งรู้ว่าเราต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการเรียน เพราะมีคนหลายคนมองดูเราอยู่ เพราะฉะนั้นในการเรียนของริท ก็เลยทิ้งไม่ได้ ไม่ใช่ว่ากลัวขายหน้าหรืออะไรนะครับ แต่ด้วยความที่ตัวเราเดินมาถึงจุดนี้แล้ว จุดที่สามารถเป็นแบบอย่างให้กับน้อง ๆ อีกหลาย ๆ คน จุดที่ตัวเราสามารถกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ริทต้องทำต่อไปให้สุด เรื่องการเรียนยังไงจะไม่ทิ้ง ก็จะเรียนให้เต็มที่ที่สุด

สิ่งที่ตั้งใจทำ สำเร็จทั้ง 2 อย่าง แต่กว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ อาจจะไม่ง่ายนัก
คือตอนแรกริทก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าชีวิตตัวเองจะเดินมา 2 ทาง ที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันขนาดนี้นะครับ แต่ว่าในเมื่อโชคชะตาพามา ริทก็ยินดี ยอมรับมันและทำไปให้ดีที่สุด แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้มาถึงความสำเร็จของทั้ง 2 เส้นทางนี้ได้ เป็นเพราะริททำโดยเรารู้สึกสนุกกับมัน ทำโดยไม่ได้ไปคิดว่านี่คือภาระของเรา หรือเป็นเรื่องที่ท้อใจของเรา ซึ่งจริง ๆ บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องสนุกซะทีเดียวหรอก แต่ถ้าเกิดริทมองเป็นแง่ลบแบบนั้นปุ๊บ มันก็จะบั่นทอนตัวเอง ทำให้แต่ละวันแต่ละงานเริ่มไม่สนุก เริ่มไม่อยากลุกขึ้นมาทำ มองว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้ทำ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ดีที่สุด พยายามมองบวกไว้ก่อน

 

 

สิ่งดี ๆ ที่ได้จากการทำทั้ง 2 หน้าที่ คือเรื่องของอะไร
สิ่งดี ๆ เหรอครับ ริทว่า 2 หน้าที่นี้ทำให้คนยิ้มได้เหมือนกัน หมอที่ทำให้คนยิ้ม เพราะเขาทำให้คนสุขภาพดีขึ้น เขาหายเจ็บป่วย เขาหายจากอาการที่รู้สึกไม่ดี พอเสร็จปุ๊บกลับบ้านไป เขาก็ยิ้มได้ เหมือนกัน งานในวงการบันเทิงตรงนี้ริทเป็นคนสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับคนดูหลาย ๆ คนที่เขาได้ดูได้เห็นเรา เขาก็ยิ้มได้เหมือนกันครับ

ทิ้งท้ายช่วยให้กำลังใจน้อง ๆ ที่กำลังทำงานและเรียนไปด้วย หรือกำลังเรียนหนัก อาจจะมีช่วงที่ท้อ ช่วงที่เหนื่อย
ทุกคนมีจุดที่เหนื่อยจุดที่ท้อ หรือวันหนึ่งอาจจะมีเรื่องราวที่ไม่ดีมากระทบจิตใจเรา อยากจะบอกว่าอย่าไปบั่นทอนกับจิตใจตัวเราเองเยอะ อย่าไปคิดลบ อย่าไปพยายามเอาเรื่องที่ไม่ดีมาเป็นตัวนำหัวใจ พยายามให้มองแต่สิ่งดี ๆ มองแต่เรื่องที่เป็นความสุข มองแต่เรื่องที่มันดีต่อชีวิตเรา แล้วเอาจุดนั้นให้เป็นตัวนำชีวิตเราดีกว่า มันจะมีพลังบางอย่างที่คอยจูงเรามาเรื่อย ๆ ครับ...เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง พอหันกลับไปมองเราจะมีความสุข แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง บางทีเราไม่รู้หรอกว่ามันคือพลังอะไร แต่จะมีพลังอะไรสักอย่างที่คอยผลักเราอยู่ ขอให้มองโลกแง่ดีไว้ อย่าไปมองเรื่องที่บั่นทอนจิตใจ แล้วมันจะมีพลังอะไรสักอย่างที่มาผลักเราขึ้นไปเอง

 

  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1098 ปักษ์หลังสิงหาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.