เสาวนีย์-พรชิตา ณ สงขลา ในความเป็นแม่

แม่ลูกคู่นี้ไม่มีใครในประเทศไทยไม่รู้จัก...เพราะลูกสาวคือนางเอกคนดังของเมืองไทย ส่วนคุณแม่ถ้าเห็นลูกสาวเราจะต้องเห็นคุณแม่อยู่ข้าง ๆ เสมอ...

คุณแม่เสาวนีย์ ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณแม่ที่ดุ และเฮี้ยบมาก แต่เธอคนนี้แหละคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังลูกสาวในทุก ๆ เรื่อง ตั้งแต่เล็กจนโต จนเธอทำงาน และประสบความสำเร็จกลายเป็นนักแสดงแถวหน้ามากฝีมือที่ทุกคนในวงการยอมรับว่าเป็นคนน่ารัก นิสัยดี และมีความธรรมชาติอย่างที่หาได้ยาก...ด้วยผลลัพธ์ที่เห็นได้จากลูกสาว ทำให้หลายคนอยากรู้ว่าคุณแม่มีวิธีเลี้ยงลูกอย่างไร

ส่วนลูกสาว วันนี้เธอกลายเป็นคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกสาวเป็นของตัวเองแล้ว เธอบอกกับเราว่าในวันนี้เธอรักคุณแม่ของเธอมากขึ้นอีกหลายเท่า และทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณแม่เคยสอนเธอจะส่งต่อถึง น้องปริม (ด.ญ.รัตน์นรี หิรัณยัษฐิติ) ลูกสาวอย่างแน่นอน

วันนี้เราเปิดโอกาสให้สองคุณแม่มาบอกเล่าความรู้สึกของความเป็นคุณแม่ในแบบของตัวเอง...เชื่อว่าความน่ารัก ความผูกพันของสองแม่ลูกคู่นี้ รวมถึงสาวน้อยผู้เป็นดวงใจของบ้านจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน

 

ตอนนี้เบนซ์เป็นคุณแม่แบบฟูลไทม์เลยใช่ไหมคะ

เบนซ์ : ใช่ค่ะ มีทำงานบ้าง แต่น้อยละครหยุดไปเลยแน่ ๆ เพราะจะไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เบนซ์อยากเป็นแม่แบบที่อยู่กับลูกตลอดเวลา แล้วเบนซ์ไม่มีพี่เลี้ยง เลี้ยงเอง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความตั้งใจของเบนซ์เลย คิดตั้งแต่ยังไม่ได้ท้องด้วยซ้ำว่าจะทำแบบนี้ พี่มิคเขาก็น่ารักมาก เขาบอกว่าเราควรจะเป็นคนที่เห็นพัฒนาการทุกอย่างของลูก อย่างเช่น ลูกพูดได้ ลูกยิ้มได้ ยืนได้ เราควรจะต้องเป็นคนเห็นไม่ใช่คนอื่นมาบอก

 

การเป็นแม่เป็นชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งเลยใช่ไหมคะ

เบนซ์ : ใช่ค่ะ เบนซ์ว่ามันมีความอดทน และมีความใจเย็นขึ้นเยอะเลย ไม่เหมือนสมัยเด็ก ๆ อันนั้นไม่ได้ อันนี้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ) เหมือนต้องยืดหยุ่น ต้องทำความเข้าใจ บางอย่างนะที่เราเคยคิดถ้าชั้นมีลูกชั้นจะอย่างนี้ ๆ พอถึงเวลามีลูกจริง ๆ ทำไม่ได้ สงสารลูก จริง ๆ เข้าใจคนเป็นแม่เลย คนที่ตามใจลูกมาก ๆ เขาคงรักลูกเขาจนแบบ วันหนึ่งไม่ทันแล้ว เพราะมันแก้ไม่ได้แล้ว

 

ใคร ๆ มักจะพูดว่าพอเป็นแม่แล้วจะย้อนไปเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่มากขึ้น
เบนซ์ : เข้าใจมากเลยค่ะ ตอนนี้รักแม่มาก ๆ ตั้งแต่ท้องแล้วนะ ยิ่งพอเลี้ยงลูกยิ่งรักแม่มาก เพราะรู้ว่าเหนื่อยมากกว่าจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้โต ความอดทนต้องสูง...เบนซ์ไม่รู้นะ เบนซ์แค่รู้สึกว่าเรายังโชคดีที่เรามีลูกแล้วเราคิดได้ว่าแม่ให้เรามาเยอะ เราก็อยากให้เขา แต่คงให้กลับไปไม่หมดหรอกค่ะ เพราะว่า 30 กว่าปีแม่ก็ให้ทุกอย่าง รู้สึกเลยว่าชาตินี้คงให้ได้ไม่เท่าที่เขาให้เรามา

คุณแม่ : เขาเลี้ยงลูกของเขาอย่างดี เหมือนอย่างที่เราเลี้ยงเขามานะ ถามว่าภูมิใจไหม ภูมิใจมาก แล้ว
เขาดูแลแม่อย่างดีมาก ดีกว่าตอนสาว ๆ ด้วย

 

หลายคนบอกคุณแม่ดุ ดุจริง ๆ ไหมคะ

คุณแม่ : ดุค่ะ (หัวเราะ) แต่แม่ดุกับลูกคนเดียวกับคนอื่นไม่ดุนะ…แม่คิดอย่างนี้ แม่ด่าเธอ กับคนอื่นชมเธอ ชั้นว่าแม่ด่าดีกว่า ถูกต้องไหม แม่ด่าคือแม่หวังดี แต่คนอื่นชมเธอ บางทีเธอทำผิด ๆ ไม่เป็นไรค่ะ ๆ แต่มันผิดน่ะ

 

 

แนวทางในการสอนลูกแบบคุณแม่ เบนซ์จะเอามาสอนลูกสาวบ้างไหมคะ

เบนซ์ : จะเอาทุกรายละเอียดของแม่มาสอนลูกแน่นอน อย่างเรื่องความละเอียด ความเป็นระเบียบของแม่ เรื่องมารยาท เพราะเรารู้สึกว่าอะไรที่เราทำแล้วเป็นผลดีกับเรา เราก็อยากจะมาสอนลูกต่อ อย่างการไหว้ เบนซ์จะสอนให้เขาก้มหัวไหว้ จะไม่ให้เขายกมืออย่างเดียว ตั้งแต่เล็กเลยจะพยายามบอกเขาว่าก้มด้วยลูก มือยังไม่ขึ้นแต่ถ้าก้มตัวก็ยังดูโอเค คือแม่นี่ถึงจะดุ แต่เขาสอนแต่เรื่องที่ควรจะต้องทำทั้งหมดเลย

 

ความเป็นแม่ยากที่สุดใช่ไหมคะ

เบนซ์ : เบนซ์ว่าอาชีพแม่ยากที่สุดในโลกแล้วค่ะ แต่เบนซ์แฮปปี้นะ เบนซ์ว่ามันเป็นการทดสอบทุกวันจนตายน่ะ เบนซ์รู้สึกว่าเป็นอาชีพที่เลิกไม่ได้ ลาขาดไม่ได้ แล้วยากค่ะ เบนซ์เชื่อว่าแม่ทุกคนพยายามทำดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้ แต่มันมีข้อจำกัดสำหรับบางบ้าน เวลาอาจจะไม่มี เขาอาจจะไม่รู้ว่าควรจะต้องทำยังไง เขาอาจจะถูกเลี้ยงมาแบบนั้น เขาอาจจะมีประสบการณ์บางอย่างเลยเลี้ยงลูกอย่างนั้น เบนซ์ว่าไม่มีแม่คนไหนถูกจริง ๆ น่ะ แล้วเบนซ์เชื่อว่าแม่อยากให้ลูกได้ดีทุกคน แต่ว่าดีของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน

 

  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1097 ปักษ์แรกสิงหาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.