กษิดิศ จั่นประดับ ผู้พิทักษ์ป่าแห่งทับลาน

เพราะความประทับใจช่วงวัยรุ่นเมื่อได้ร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนว่าด้วยเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจเอนทรานซ์เข้าคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การรับราชการในกรมป่าไม้

แม้ช่วงแรกหลังเรียนจบ เขาจะไม่ได้เข้ารับราชการในทันที แต่ กษิดิศ จั่นประดับ ยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางที่เลือก ซึ่งวันนี้เขาคือ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานที่เต็มไปด้วยปัญหาท้าทาย ทั้งการลักลอบตัดไม้พะยูง การบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อสร้างรีสอร์ต ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในอุทยานทั่วประเทศ

แม้จะเป็นช่วงเวลาไม่นานนักที่เราได้ทำความรู้จักกับกษิดิศ หนุ่มวัย 32 ปีคนนี้ แต่เรื่องราวและประสบการณ์การทำงานของเขา ก็สะท้อนให้เห็นชีวิตของกลุ่มคนทำงานที่รักและหวงแหนผืนป่าอย่างแท้จริง

 

 

โดยพื้นฐานเป็นคนรักผูกพันกับป่ามาแต่เด็กเลยหรือเปล่า

ถามว่าผูกพันกับป่าไหม คงไม่ได้ผูกพันมาแต่เด็กเพราะที่บ้านเกิดผมคือ จ.สิงห์บุรี ไม่ได้มีป่า มีแค่ป่ามะขามเทศ มีต้นไม้เล็ก ๆ ให้เห็นเท่านั้น แต่พอมาเรียน ม.ปลายมีอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นอาจารย์ประจำชั้น ท่านมีแฟนเรียนจบวนศาสตร์ เลยพาไปทำกิจกรรมพิเศษ คือไปเที่ยวอุทยาน ก็ไปที่กุยบุรี ตอนนั้นเห็นพี่เขาบรรยายเรื่องฝาย เรื่องความสำคัญของสัตว์ป่า ผมฟังแล้วเก็ท รู้สึกว่าพี่เขาเป็นคนมีอุดมการณ์มาก เลยศรัทธา และก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักวนศาสตร์ อยากเรียนคณะนี้ แต่ทีแรกพ่อไม่ให้เรียน เขาไม่รู้จัก เรียนป่าไม้จะไปทำอะไร เพราะเขาอยากให้ผมเป็นช่าง มารับกิจการรับเหมาของเขา

 

เมื่อเข้ามาเรียนวนศาสตร์ คุณเลือกเรียนสาขาอะไร

พอเข้ามาก็มีหลายสาขาให้เลือก ผมตั้งว่าเลือกวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและทุ่งหญ้า คือวนศาสตร์สำหรับผมถ้าเป็นการจัดการลุ่มน้ำ หรือวิศวกรรมป่าไม้ หรืออุทยาน นันทนาการ และการท่องเที่ยว ผมไม่เลือก เรียนวนศาสตร์คือต้องเรียนสัตว์ป่าอย่างเดียว เจอสัตว์แล้วมีความสุข ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า คือมันตื่นเต้น เห็นสัตว์เคลื่อนที่ได้ ยิ่งถ้าดูพฤติกรรมมันไม่เหมือนกับคน ทำอิริยาบถแปลก ๆ มันก็รู้สึกดี

 

เมื่อสอบเข้ารับราชการได้ คุณมีปณิธานจะเป็นข้าราชการแบบไหน

ปณิธานของผมคือการไม่โกง การที่จะอยู่แบบขาวสะอาดที่สุด ดูซิว่าในเมื่อเรามีทักษะ ความพอใจ เราไม่โลภ มีก็กิน ไม่มีก็อด แค่นี้เอง ถามว่าไม่อยากจะรวยหรือ ถ้าอยากจะรวย ผมไปทำงานอย่างอื่นที่อื่นแล้ว แต่ผมขอมาอยู่อุทยานที่มีปัญหา เพราะอยากเรียนรู้อะไรที่หนักกว่าคนอื่น อะไรที่เขาบอกว่ามีปัญหาผมอยากจะรู้ ทั้งไม้พะยูง ทั้งรีสอร์ตบุกรุกพื้นที่ ที่นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานทั่วประเทศ ผมอยากศึกษาอยากรู้ว่าเป็นยังไง หัวหน้าชวนมา เขาให้โอกาส ผมก็มา อะไรที่ยากหลากหลายมันทดสอบเรา ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องทำให้ได้สักวันหนึ่ง และเมื่อทำได้ก็ต้องทำให้ดีกว่าเดิมอีก ตอนนี้ผมก็ว่าตัวเองยังอยู่บนเส้นทางนั้นอยู่ พยายามทำดีที่สุดแล้ว อยู่บนเส้นทางให้ดีที่สุด

 

ตลอดเวลาที่รับราชการมา ภารกิจอะไรที่รู้สึกท้าทายที่สุด

เรื่องไม้พะยูงที่ผมรับผิดชอบ เรื่องการจับนายทุนให้ได้ การวางแผนเพื่อย้อนรอยนายทุน การสกัดกั้นคนที่มาทางนี้ได้ ผมถือว่าภูมิใจแล้วที่ได้ทำลายขบวนการพวกนี้

 

 

เห็นในเฟซบุ๊คของคุณมีโพสต์หนึ่งประกาศตามหาผู้พิทักษ์ป่า ในโพสต์บอกว่า...

ขอรับสมัครชายไทย สุขภาพแข็งแรง จิตใจดี มีอุดมการณ์ที่จะรักษาป่า เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าของตน ทำดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน รักสันโดษ พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งหมดนี้เราให้เงินเดือน 7,500 บาท ที่พักฟรี ตามมีตามเกิด ไม่มีโอที สวัสดิการอื่นยังไม่มี เจ็บป่วยจะช่วยกันรักษา กรณีเสียชีวิตจะปลูกต้นไม้ไว้ให้ระลึกถึง...

โพสต์นี้เขียนเพราะประชดหรือหาคนทำงานจริง ๆ

การโพสต์อย่างนี้คัดคนได้ไง พอคนที่อ่าน และมาสมัคร ผมไม่ต้องมาสัมภาษณ์แล้ว คือผมบอกชัดเจนแล้วว่าถ้าคุณเซย์เยสตรงนี้ แพทเทินชีวิตคุณจะเป็นอย่างนี้ไม่หนีจากนี้หรอก ถ้าคุณมาได้ มาเลย

ถ้ามองวิถีปัจจุบันคงไม่มีใครอยากมาเป็นผู้พิทักษ์ป่าหรอก วิถีขัดกับโลกปัจจุบันมาก คนเดี๋ยวนี้เรียนจบมาอยากได้เงินเดือนสูง ๆ ไว้ก่อน แต่คนที่สมัครถือว่าโดนคัดมาแล้ว ซึ่งก็มีเหตุผลหลายอย่างที่มาสมัคร บางคนมาด้วยใจด้วยรัก บางคนก็อยากมีเกียรติ อยากใส่เครื่องแบบ และมีบางคนที่ทำงานอื่นเขาไม่เอาแล้ว ก็มาสมัครที่นี่ แต่พอทำไปก็รักไปเอง เหมือนการได้มาอยู่รวมกัน ก็ได้หล่อหลอมความคิด เริ่มมีอุดมการณ์ อย่างเข้าป่าไปเห็นสัตว์ป่าถูกทำร้าย เจอนางอายโดนยิงตาย ตาแป๋ว ๆ ของสัตว์ที่ถูกทำร้ายทำให้เรารู้สึกสงสาร มันจะรู้สึกร่วมไปเอง ไม่มีใครสอนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มาสมัครใหม่ รุ่นพี่สอนแค่การดำรงชีวิตในป่า แต่อุดมการณ์สอนกันไม่ได้ ต้องมาเจอด้วยตัวเอง

 

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ใน คอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1095 ปักษ์แรกกรกฎาคม 2560

 

 


อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.