ธีมะ กาญจนไพริน - เอกพร ศรีสุขทวีรัตน์ คู่หู...ตื่นแต่เช้า 1+1=one

ในยุคของการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ช่องทีวีในบ้านเราปรากฏขึ้นมากมาย พร้อมกับการมาของโลกสื่อสารออนไลน์ ยิ่งทำให้การรับรู้ข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกเข้าถึงตัวได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เมื่อทางเลือกมีหลายช่องทาง ขึ้นอยู่ที่ผู้รับข่าวสารว่าจะถูกจริตกับการนำเสนอของสื่อใด หรือรูปแบบไหน

 

ช่อง one (31) ดิจิตอลทีวีครบครันคุณภาพของความเป็นวาไรตี้ ทั้งข่าวสารและบันเทิง และหนึ่งในรายการที่ได้รับการตอบรับจากคนดูเป็นอย่างดี คือ ตื่นแต่เช้า รายการข่าว ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ช่วง 06.00 น. โดย 2 หนุ่มรุ่นพี่รุ่นน้องจากสถาบันเดียวกันที่กลายมาเป็นคู่หูอ่านข่าวและวิเคราะห์เจาะลึกอย่างตรงจุด ด้วยวิธีการสื่อสารที่เข้าใจง่าย ภายใต้ความเป็นธรรมชาติที่เป็นตัวตน

เอก – เอกพร ศรีสุขทวีรัตน์ และ จั๊ด - ธีมะ กาญจนไพริน ถูกจับคู่มาเจอกันในจุดที่พอดี ไม่มากไม่น้อย ความลงตัวและเข้าขาของทั้งคู่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สีสันของรายการมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น และนั่นหมายถึงการตอบรับอย่างดี จนสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับต้น ๆ ของรายการ ที่มีคนเปิดดูจับจองให้เป็นพื้นที่ข่าวเช้าโดนใจเป็นที่เรียบร้อย

 

 

เคยคิดไหมคะว่าการจัดรายการ จะมีฟีดแบ็กดีขนาดนี้
เอก : ผมมองย้อนกลับไปวันที่เรามาจัดรายการด้วยกันวันแรก จนมาถึงวันนี้ โอ้โห...เรามาโคตรไกลเลย แต่ก่อนตอนเป็นช่องแซทเทิลไลท์นะ ฉากเฉิก เสื้อผ้า หน้าผม โอ๊ะ (ยิ้ม) อยากเปิดรูปให้ดูมากเลย คืองบก็ไม่ค่อยมี เสื้อผ้า หน้า ผม เอาแค่ไม่น่าเกลียดพอ โลว์โปรดักชั่นสุด ๆ (หัวเราะ) พยายามใช้ความรู้ความสามารถอย่างเดียว แต่วันนี้ช่องวันกลายเป็นช่องท็อปไฟว์ของดิจิตอล ดีใจมากที่มาได้ถึงจุดนี้


จั๊ด : ผมว่าฟีดแบ็กโอเคมาก ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากฟีดแบ็กเช่น บางทีผมใช้ทัศนคติตัวเองตั้งต้นว่าข่าวแบบนี้เราชอบ คนดูต้องชอบ แต่จริง ๆ พอทำรายการผ่านไปเกือบปี รู้เลยว่าไม่ใช่ คนที่เป็นผู้ประกาศข่าวต้องเรียนรู้จากฟีดแบ็กที่คุณผู้ชมให้มาว่าเขาชอบดูอะไร

 

ก่อนจะมาอ่านข่าว การก้าวสู่เส้นทางนี้ มีที่มาอย่างไร
เอก :
ก่อนหน้านี้ผมอยู่เนชั่น เป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวกีฬา พอโต๊ะกีฬายุบไป ก็ไปจัดรายการวิทยุ อ่านข่าววิทยุมาตลอด สมมุติมีมหกรรมบอลโลก หรือโอลิมปิกส์ เขาก็จะเรียกผมไปช่วยอ่าน เพราะเคยอยู่โต๊ะกีฬา เส้นทางผมเริ่มจากตรงนั้น คือเป็นนักข่าวกีฬามาก่อน


จั๊ด : ส่วนผมเริ่มจากเป็นดีเจ จัดรายการวิทยุอยู่อาร์เอส คลื่นแซดป๊อบ 88.5  จัดช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตี 3 พอเป็นดีเจรายการวิทยุ ตอนหลังได้จัดรายการทีวี จากนั้นได้เล่นละครบ้าง เล่นหนังบ้าง เสร็จแล้วมีช่วงตกงาน เริ่มเปลี่ยนฟีลไปจัดรายการเกี่ยวกับการเมือง จัดรายการเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เริ่มต้นประมาณปลายปี’ 54 จนกระทั่งได้มาอ่านข่าวกับพี่เอกที่จีเอ็มเอ็ม 25 ประมาณ 3 ปีที่แล้ว

 

ถ้าให้มองการทำงานในฐานะคนข่าวของแต่ละคนเป็นอย่างไร
เอก :
จุดเด่นของจั๊ดคือ เป็นคนอ่านอะไรแล้วจำได้ หัวดีมาก เขาสามารถท่องจำมนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้ทุกมนตร์...แล้วทำการบ้านมาดีมาก มิติที่เป็นจุดเด่นของจั๊ดคือเรื่องข้อกฎหมาย และเชิงวัฒนธรรม ถ้าถามถึงสไตล์จั๊ดเป็นสไตล์ดุดันครับ ดุดันจนบางครั้งผมจะต้องดึงมันกลับมาบ้าง


จั๊ด : สำหรับผมพี่เอกเป็นคนข่าวที่มีประสบการณ์ ที่สำคัญมีมุมมองของความเป็นกลางสูง ซึ่งแน่นอนว่าในตัวของความเป็นผู้ประกาศข่าวแต่ละคนจะมีความเทคไซด์อยู่ในตัว แต่พี่เอกเขาพยายามนำเสนอในมุมที่เป็นกลางที่สุด


วิธีนำเสนอไม่ใช่แค่การนั่งอ่านข่าว แต่มีการนำเสนอความรู้ วิเคราะห์ อาจจะแง่กฎหมาย แง่จริยธรรม ศีลธรรม บางทีมีเรื่องของความรู้สึกเสริมลงไปด้วย
จั๊ด : ผมมีทัศนคติกับการทำข่าวในปัจจุบันว่ามาถึงตรงนี้แล้ว คือคุณผู้ชมมีตัวเลือกเยอะมาก เฉพาะทีวีเองมี 20 กว่าช่อง แล้วถ้าคุณไปช่องทางวิทยุอีก ไหนคุณจะมีสมาร์ทโฟน มีอินเตอร์เน็ต มีนิตยสาร คุณมีอีกหลายช่องทางมาก ถ้าสมมุติทุกช่องทางที่ผมบอกไป มีการนำเสนอข่าวในทางเดียวกัน เช่น เป็นสไตล์คอนเซอร์เวทีฟแบบสมัยก่อนที่เราเคยเรียนในตำรา โลกนี้แย่นะครับ จะกลายเป็นทุกช่องที่เราเปิดมา ทุกเล่มที่เราเปิดอ่านทุกเว็บไซต์ที่เราเปิดเข้าไปดู นำเสนอเหมือนกันหมด คือนำเสนอแบบเซฟ ฝั่งนี้ว่าแบบนี้ ๆ แล้วไม่มีการวิเคราะห์สิ่งอื่นลงไปเลย ไม่มีทางหรอกครับ ที่ทีวีทุกช่องจะเป็นไปตามตำราแบบนั้น เพราะทุกช่องต้องหาทาง เพื่อจะดึงคนดู ดังนั้นปรากฏการณ์ธรรมชาติของวงการสื่อก็ไม่เอื้อต่อการให้รายการข่าวดำรงอยู่แบบเดิม ๆ อย่างนั้นครับ


เอก : แต่เราก็ไม่ได้เซ็ตอัพว่าต้องจัดรายการให้เป็นอย่างนี้ เราปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติมากกว่า พอจังหวะอินมีใส่อารมณ์ไปในนั้น บางครั้งเราพยายามเบรกตัวเอง เพราะกำลังทำหน้าที่อยู่ เราพยายามจะชั่งน้ำหนักข้อมูลให้ได้ทั้ง 2 ฝั่ง

 


เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งคือการรับส่งมุกที่ดูเป็นธรรมชาติ
เอก :
เราเป็นคนตลกทั้งคู่ครับ พอเจอแง่มุมตลก แค่มองหน้ากัน ก็จะหัวเราะเลย...คือในมุมเรา 2 คนจะไม่ค่อยแอ๊บอารมณ์สักเท่าไหร่นัก เมื่ออารมณ์มันขำ เราก็จะขำ เราจะหัวเราะไปกับมัน แต่ต้องเบรกนิดหนึ่งนะคือคงไม่ถึงขั้นหัวเราะอ้าปากมากมายขนาดนั้น แต่เราก็จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ ขำคือขำ ก็หัวเราะ

จั๊ด : เรื่องเหล่านี้ผมไม่เคยคิดว่าต้องทำมันขึ้นมานะ เป็นออโตเมติกของมันเอง...เวลามาจัดรายการข่าวผมรู้สึกว่าไม่จำเป็นที่เราจะต้องสวมวิญญาณความเป็นนักข่าวมามอบความน่าเชื่อถือว่าคุณต้องเชื่อเรา คือผมรู้สึกยังไงผมก็ปล่อยไปตามธรรมชาติอย่างนั้นมากกว่า

เอก : ในรายการจะเห็นเราโต้ตอบเอสเอ็มเอส สมมุติเราบอกไปอย่างนี้ แต่มีคุณผู้ชมแย้งมาว่าจริง ๆ ตอนนี้ข้อมูลเป็นอย่างนี้แล้วค่ะ ข้อมูลที่เราบอกอาจจะเก่าไปแล้ว...อันไหนผิดจะรีบเลยขอโทษทันทีครับ คือเราจะพยายามไม่ตั้งตนว่าเราถูกที่สุด

จั๊ด : ผมเชื่อว่านี่คือเสน่ห์ นี่คือธรรมชาติที่สุดของรายการข่าว มันจะทำให้รายการข่าวนั้นมีผู้ที่ติดตาม

 

  • ติดตามบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1093 ปักษ์แรกมิถุนายน 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.