ณฉัตร-กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์ นางแบบ-นักแสดง-นักเดินทาง

มิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2012 คนนี้หลายคนบอกว่าเธอคือไข่มุกอันดามัน เพราะเติบโตที่ภูเก็ต จังหวัดที่มีทะเลสวยติดอันดับ และเพราะคุ้นเคยกับสถานที่ที่มีสายลม แสงแดดนี่เองจึงเป็นสาเหตุให้เธอรู้สึกอึดอัดมากเมื่อต้องเข้ามาอยู่กรุงเทพฯในปีแรก จึงต้องแก้ปัญหาด้วยการออกเดินทางทุกครั้งที่พอมีเวลา ปัจจุบันนอกจากการเป็นนางแบบแล้ว เธอยังหันมาเป็นนักแสดง โดยบอกว่าเมื่อได้รับโอกาสที่ดีมาก็พร้อมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่...พร้อมฝากผลงาน ‘เงาเสน่หา’ ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 8 ด้วยค่ะ

 

ก่อนหน้ามาเป็นนักแสดง ณฉัตรเป็นนางแบบมาก่อน และเห็นบอกว่าชอบการเป็นนางแบบมากด้วย

ค่ะ การเดินแบบเป็นสิ่งที่เรารัก ยังวาดฝันที่จะทำ แต่คงต้องหาเวลา งานเดินแบบทำมาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการไงคะ เป็นสิ่งที่เราโตมากับมัน อยู่กับมันมานาน เลยรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข แล้วก็รัก ซึ่งการเป็นนางแบบหนูตั้งใจไว้ว่าคงไปต่างประเทศ เราไม่ได้เป็นแบบที่คนไทยจะชอบ เพราะสำหรับคนไทย ในด้านแฟชั่นจะชอบหมวยมากกว่า แต่ถ้าด้านละครจะชอบลูกครึ่ง ถูกไหมคะ ฉะนั้นเราต้องไปต่างประเทศที่เป็นเอเชีย ที่เป็นทาเก็ตของเรา เราต้องเลือกตลาดที่เขาชอบเราน่ะค่ะ

 

การมีโอกาสได้ทำงานหลายอย่างก็ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น

ใช่ค่ะ เราทำตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี เปิดโอกาสที่ดี มีคนมากมายที่อยากทำ เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้ดี แต่ว่าในสิ่งที่เรารักก็เหมือนมาเติมเต็มหัวใจให้เรามากกว่า ขณะที่ก็คงไม่สามารถเลี้ยงเราได้เท่ากับงานละคร ถูกไหมคะ แต่ว่ามันคือส่วนเติมเต็มหัวใจ เหมือนได้ออกซิเจนให้ชีวิต จะอารมณ์ประมาณนั้น งานละครส่วนดีก็เยอะ ทำให้เรามีแฟนที่ติดตาม ได้เจอคนโน้นคนนี้ เราได้เรียนรู้ตัวละคร เราเรียนรู้ความคิดของตัวละครได้ ก็เหมือนเราได้ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มมากกว่าคนปกติ แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าเราได้ทำอะไรหลายอย่างที่ในชีวิตจริงคงไม่ได้ทำแบบนี้

 

น่าจะถือเป็นช่วงเวลาที่เราได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่าง

ใช่ค่ะ เป็นช่วงวัยที่เราได้ลอง ได้เรียนรู้ แต่แม่ของหนูจะชอบกลัวว่าเราทำงานในวงการจะไม่มีอนาคต หมายถึงว่าเขาอยากให้เรามีอะไรมั่นคง แม่จะถามทำไมเดินทางบ่อย ต้องใช้เงินนู่นนี่นั่น หนูก็บอกว่าเอาจริง ๆ ถ้าเราไม่เดินทางตอนนี้รอไปอีก 20 ปี เก็บเงินแล้วค่อยไป แล้วถ้าอีก 20 ปีข้างหน้าหนูป่วยขึ้นมา หรือหนูแก่ หนูจะมีความสุขในการเดินทางได้ยังไง ถูกไหมคะ

 

ชีวิตน่าอิจฉาเหมือนกันนะคะ มีโอกาสได้ทำงานหลากหลาย ได้เรียนรู้กับมัน และยังมีเวลาไปเดินทางอีกต่างหาก

หนูถือว่าโอเคระดับหนึ่ง แต่เอาจริง ๆ อยากจะเดินทางมากกว่านี้ หนูอยากเดินทางรอบโลก แต่ด้วยการทำงานมันไม่ได้ เราก็พยายามมองหาสิ่งที่เราจะทำในระหว่างเดินทางได้ เลยเป็นที่มาของความคิดว่าการเดินแบบในต่างประเทศน่าจะเหมาะกับเรา เพราะเราก็รักในเรื่องการเดินแบบด้วย

 

เป็นคนที่วางเป้าหมายชีวิตของตัวเองไว้ไหมคะ

เป็นคนไม่ได้วางไว้ชัดเจนมาก แค่คิดว่าเราอยากจะทำธุรกิจอะไรที่ตอนนี้เราแฮปปี้ มองแบบคร่าว ๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต ไม่อยากไปผูกติดเกินไป จนเราทำอย่างอื่นไม่แฮปปี้ แค่คิดว่าอยากทำอันนี้แต่สุดท้ายแล้วอาจจะมีอย่างอื่นที่ดีกว่าก็ได้ เราต้องคิดกว้าง ๆ ไว้ หนูคิดว่าควรใช้ชีวิตในวันนี้ให้มีความสุข ไม่ควรไปรอวันข้างหน้า

 

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1092 ปักษ์หลังพฤษภาคม 2560 

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.