ชีวิตกับความฝัน ณเดชน์ คูกิมิยะ

ในวัย 25 ปี หลายคนอาจจะมองว่าเป็นช่วงวัยของการเริ่มต้นชีวิต แต่สำหรับ ณเดชน์ คูกิมิยะ เขาเหมือนกับผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์ เนื่องจากมีโอกาสทำงานในวงการนี้มา 7-8 ปีแล้ว และเวลากับประสบการณ์ก็สอนอะไรเขาหลายอย่าง แม้จะยอมรับว่าบางครั้งก็ยังมีความเป็นเด็กอายุ 25 ปีอยู่บ้าง...วันนี้เขาพูดคุยกับเราถึง 3 ส่วนสำคัญในชีวิต นั่นคือ การงาน ครอบครัว และพื้นที่ส่วนตัวที่รวมถึงความฝันของเขาด้วย

 

อายุ 25 แล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไหมคะ

เป็นไปตามวันเวลาครับ มีหลายเรื่องที่เราก็เป็นคนที่คิดได้ คิดดี แต่ก็มีบางเรื่องที่ยังคงคิดเป็นเด็กอายุ 25 ปี อยู่ แต่เวลาก็จะสอนเราไปเรื่อย เป็นเรื่องของประสบการณ์ แต่เวลาผ่านไปเร็วมากนะครับ 8 ปีแล้วนะที่ทำงานอยู่ตรงนี้

 

เล่าถึงตอนที่บวชบ้างสิคะ น่าจะเป็นช่วงเดียวที่หลุดจากการทำงานไปพักหนึ่ง

ตอนบวชถือเป็นความโชคดีนะครับ เราบวชกับพระทั้งหมด 700 กว่ารูป ซึ่งก็มีความวุ่นวายมหาศาลเกิดขึ้น แต่เป็นการบวชที่มีคุณค่ามากนะครับ ทุกวันนี้ก็ยังได้ใช้ตลอด ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ปฏิบัติ นั่งสมาธิ เดินจงกรม สวดมนต์ทุกวัน แต่ยังนึกถึงเสมอ ที่สำคัญเป็นการบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งถือเป็นการดี ได้บวชในวัดที่เราศรัทธามากด้วย (วัดหลวงพ่อเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์) บวช 15 วันสึกวันเกิดผมพอดี

 

ปกติก็เห็นณเดชน์เข้าวัด ทำบุญ นำธรรมะมาใช้ในชีวิตประจำวันเป็นปกติอยู่แล้ว ตอนที่ไปบวชน่าจะได้อะไรเพิ่มเติมจากที่เราทำปกติ

ได้ครับ เพราะว่าเราอยู่กับตัวเองมากขึ้น พอไปบวชเราได้เห็นตัวเองตลอดเวลาครับ เพราะว่าไม่มีอย่างอื่นให้ทำใช่ไหมครับ ไม่ต้องมาทำงาน ไม่ต้องมานั่งรถติด ไม่ต้องมานั่งคิดเรื่องเงินเรื่องทอง พอได้อยู่กับตัวเองก็ได้รู้ว่าเรามีสติพอหรือเปล่า เราทำอะไรอยู่ แล้วชีวิตเราต้องการอะไร

 

จริง ๆ แล้วเป็นคนที่ชอบวางแผนอนาคตไกล ๆ หรือว่าคิดแค่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะใกล้ ๆ

ผมเป็นคนมีความฝันเยอะฮะ เป็นคนกล้าที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่างด้วย ความฝันที่มีไว้ก็เช่น อยากไปเที่ยวในสถานที่อันซีนแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ คงเป็นความฝันที่เหมือนกับที่หลาย ๆ คนมี อยากไปแข่งกีฬาแอดเวนเจอร์ที่ต่างประเทศ อยากไปแบ็กแพ็กกับเพื่อน อยากมีงานศิลปะเป็นของตัวเอง อยากทำงานศิลปะ งานหัตถกรรมก็ด้วย

 

ทุกอย่างดูจะมีความเป็นไป ได้ เพียงแต่ทุกอย่างต้องมีเวลาที่จะทำทั้งนั้นเลย

จริงครับ ตอนนี้ผมมองว่าเงินที่หามาทั้งหมดยังไม่ได้ใช้เลย ถ้าตายไปพรุ่งนี้ก็คงไม่ได้ใช้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากออกไปใช้ชีวิต ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตอยู่แหละแต่หมายถึงชีวิตในอีกอรรถรสหนึ่ง ไปหาตัวเอง ไปเป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะลองเป็น ยังมีเวลาครับ ชีวิตยังอีกยาวไกล ความฝันมีไว้หล่อเลี้ยงจิตใจให้ตั้งใจทำงานต่อ

 

7-8 ปีกับการทำงานในวงการ พอใจกับสิ่งที่ได้รับมาไหมคะ

โอเคครับ ถือว่าได้เข้าใจชีวิตเยอะ โตขึ้นเยอะครับ ถ้าเทียบกับแต่ก่อนที่ไม่ได้คิดเยอะมากนัก ตอนนี้เราได้เห็นอะไรหลายอย่าง ภูมิใจตัวเองเหมือนกันครับที่เราดูแลคนทั้งครอบครัวได้ เราเป็นเสาหลักของบ้าน แล้วเราก็ตระหนักอยู่เสมอว่ายังมีคนหลายคนที่เฝ้ามองเราอยู่ และมีความหวังกับเราอยู่ การอยู่ตรงนี้ดีที่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อนะ แต่ทุกวันนี้ผมยังถูกขอให้อัดคลิปแฮปปี้เบิร์ธเดย์เพื่อน ๆ เต็มเลย หรือให้กำลังใจคนป่วย เลยมองว่าเราควรจะมองเรื่องการให้สังคมมากกว่านี้ เพราะเราได้จากเขาเยอะแล้ว

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ ฉบับที่ 1091 ปักษ์แรกพฤษภาคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.