วลัย นวาระ ราชินีนิยาย Romance

นับเป็นครั้งที่สองที่เราไปพบคุณป้าศรีเฉลิม สุขประยูร ที่บ้านไม้ทรงโบราณ ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ แต่ละครั้งที่ไปคุณป้าให้การต้อนรับอย่างดี แม้ครั้งแรกที่เจอกันท่านจะไม่สบายหนักหน่อย แต่ยังเป็นห่วงว่าเรามาถึงบ้านแล้วจะไม่ได้สัมภาษณ์ จนครั้งที่สองนี่แหละที่ท่านบอกว่ายังไงก็ต้องให้เราสัมภาษณ์จนได้


บทสนทนาของเรากับนักเขียนโรแมนซ์ชื่อดัง เจ้าของนามปากกาอมตะ วลัย นวาระ,จามรี พรรณชมพู, นลิน บุษกร, ชมนาด ชวัลนุช ฯลฯ ผู้มีผลงานนิยายตีพิมพ์เกือบ 400 เรื่อง จึงเริ่มต้นขึ้น


แม้วันนี้ท่านมีอายุ 85 ปีแล้ว แต่เรื่องราวและความทรงจำต่าง ๆ ยังแจ่มชัด โดยเฉพาะความสุขที่ท่านได้เล่าถึงเส้นทางการเป็นนักเขียน อาชีพที่รักและทำมากว่า 40 ปี และยังคงยืนยันว่าจะเขียนนิยายต่อไป

 

• ล่าสุดเห็นสำนักพิมพ์คำต่อคำ จัดพิมพ์เรื่อง ไม่มีเวลาจะบอกว่ารัก ของจามรี พรรณชมพู ตอนแรกที่เห็นในร้านหนังสือนึกว่าเป็นนิยายเก่าแล้วมาพิมพ์ซ้ำใหม่
คนอ่านรุ่นใหม่อ่านแล้วนึกว่าเราเขียนเรื่องย้อนอดีต ความจริงไม่ใช่ค่ะ ดิฉันเขียนเรื่องในสมัยของดิฉัน เป็นความจริงที่อยู่รอบตัวดิฉัน แต่ถ้าเขียนเรื่องในสมัยใหม่เราไม่รู้ เพราะดิฉันไม่ค่อยได้ออกไปไหน ไม่ได้คบหาคนข้างนอกเท่าไหร่

 

• เคยเขียนนิยายพร้อมกันในเวลาเดียวกันเยอะที่สุดกี่เรื่องคะ
41 เรื่อง ตอนอายุเกือบ 50 ปี แต่เขียนได้ไม่ครบ บางทีเขียนไม่ได้ทั้งหมด อาจขาดตอน ก็ให้เขาไปครึ่งหนึ่งก่อน แต่บางเรื่องก็ไม่ได้ให้เขาไปเลย เพราะถึงเวลาแล้วเราเขียนไม่เสร็จ เขาก็รอไม่ได้ ดิฉันเองก็เขียนไม่ออกเหมือนกัน ช่วงนั้นเหนื่อยมาก ร่างกายโทรมมาก วัน ๆ เขียนแต่หนังสือ เชื่อหรือไม่ว่าช่วงนั้นดิฉันเข้าสู่วัยทอง แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองหมดประจำเดือน ไม่ได้สนใจ เขียนหนังสืออย่างเดียวเลย

 

• ที่บอกว่าตอนเด็ก ๆ เขียนเรื่องเล่น ๆ แล้วไปเล่าให้เพื่อนฟังหน้าชั้น ต่อมาก็เข้าเรียนอักษร จุฬาฯ เริ่มทำงานแปล แล้วทำไมถึงไม่เข้าสู่อาชีพนักเขียนตั้งแต่เรียนจบเลยล่ะคะ แต่กลับมาเป็นนักเขียนตอนอายุ 40 ปี
คือคุณพ่อสนับสนุนให้ทำราชการ ท่านบอกให้ทำงานราชการไป เขียนหนังสือไปก็ได้ เวลาน่าจะมีว่างเยอะ แต่พอทำงานจริง ๆ กลับไม่มีเวลาเหลือเท่าไหร่ ดิฉันรับราชการที่กรมประมวลข่าวราชการแผ่นดิน หรือกรมประมวลข่าวกลาง ทำงานแปล แต่สงสัยดิฉันแปลได้ดีมาก แปลเร็ว ไม่ผิด จึงมีงานเยอะตลอด จนไม่มีเวลาเขียนหนังสือของตัวเอง ซึ่งการไปทำงานที่นั่นเราต้องให้สัญญา ปิดทุกอย่างเป็นความลับ ยิ่งเราทำงานข่าวกรองเป็นข่าวเกี่ยวกับราชการ เราอยากเป็นนักเขียนนิยายโรแมนติก ก็ไม่เข้ากัน ช่วงเวลานั้นจึงพักการเขียนไว้ก่อน

 

• หลายคนบอกว่าการเขียนเรื่องความรัก ถ้าเขียนตอนอายุน้อย ๆ ความรู้สึกรัก หรือความสัมพันธ์ของตัวละครน่าจะได้ดีกว่าเขียนตอนอายุมาก ๆ คิดเห็นอย่างไร
ไม่รู้ แต่มีคนเคยถามว่า ทำไมเขียนเรื่องโรแมนติกเพราะดิฉันเป็นคนโรแมนติก ถ้าโรแมนติกทำไมถึงไม่แต่งงาน คุณคิดว่ามันโรแมนติกเหรอการแต่งงาน ต้องคิดทั้งเรื่องค่าครองชีพ หาโรงเรียนให้ลูกอีก สารพัดเรื่อง

 

• ยังยืนยันว่าจะเขียนต่อไป
เขียนค่ะ ดิฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งตั้งแต่เด็ก ๆ เขาก็ยืมหนังสือที่ดิฉันเขียนไปอ่าน อย่างเรื่องหนังที่ดิฉันแปลไว้ในสมุด เขาก็อ่าน แล้วบอกว่ามีอีกไหม พอเรามาเจอกันอีกเลี้ยงรุ่นตอนอายุ 63 ไปแล้ว เขาบอกศรีเฉลิมเธออยากเป็นนักเขียนก็อยากได้เป็นนักเขียน แล้วเธอจะยังไงอีกล่ะ เราก็บอกว่าเขียนไปอีกเรื่อย ๆ เขาก็ถามว่าถ้าสมมุติเขียนไม่ได้ ถ้าไม่มีใครรับพิมพ์ยังเขียนอยู่ไหม ก็บอกว่า ฉันยังคงเขียนลงในสมุดไปเรื่อย ๆ อย่างที่เธอเคยอ่าน หลังจากนั้นมาเจอกันอีก เขาก็ถามว่าศรีเฉลิมยังเขียนอยู่หรือเปล่า เราบอกเขียน เขาถามว่ายังขายได้ไหม เราบอกยังขายได้อยู่ แต่ถ้าขายไม่ได้ ก็ยังเขียนลงสมุด คิดไว้อย่างนั้นค่ะ ชีวิตนี้คงอดเขียนไม่ได้

 

  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ใน คอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1084 ปักษ์หลังมกราคม 2560

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.