ชีวิตหลังเกษียณ ดร.สมคิด ปิ่นทอง

ถ้าเอ่ยถึงกีฬาเทควันโด โดยเฉพาะแมตช์สำคัญ ๆ ด้วยแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาความหวัง ที่ให้คนไทยมีโอกาสได้นั่งเชียร์ส่งใจไปช่วยลุ้นกันทุกครั้งที่มีการแข่งขันในระดับโลก และกว่าที่นักกีฬาจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เบื้องหลังความสำเร็จประกอบด้วยหลายฝ่ายร่วมมือร่วมผลักดัน ทั้งแรงกายและแรงใจ ไม่ใช่แค่สานฝันนักกีฬา แต่ยังสานฝันแรงเชียร์จากคนไทยทั้งประเทศให้เป็นจริง

ดร.สมคิด ปิ่นทอง เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาเทควันโด อดีตคือผู้หญิงคนแรกและคนเดียวที่ได้นั่งเก้าอี้รองผู้ว่าการ กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) เคยเป็นทั้งโค้ชยิมนาสติก เป็นนักวิชาการด้านกีฬา แม้จะเกษียณการทำงานมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ปัจจุบันยังคงทำงานในหน้าที่เลขาธิการและผู้จัดการทีมให้กับสมาคมเทควันโดทีมชาติไทย

ดร.สมคิด เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายตั้งแต่เรียน โดยพาตัวเองเดินมาถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยการใช้ความตั้งใจนำพาก้าวสู่ความสำเร็จในหน้าที่ ปัจจุบันใช้ชีวิตหลังเกษียณทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ คือการลุยงาน
ในสมาคมเทควันโด ทั้งนั่งโต๊ะ ทั้งออกภาคสนาม เป็นความสุขของผู้หญิงเก่งและแกร่งในวัย 63 ปีที่ขอทำงานเพื่อชาติต่อไปอย่างมีความสุข ยังไม่รวมการใช้เวลาว่างเข้าป่าตั้งกล้องถ่ายรูปนก กิจกรรมสุดโปรดที่เติมเต็มให้การใช้ชีวิตอิ่มไปด้วยความสุขในทุกครั้งที่ได้ทำ--และนี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ชีวิตหลังเกษียณในแบบที่เป็นตัวเองได้อย่างมีชีวิตชีวา

 

ย้อนกลับไปถึงผลงานที่ผ่านมาคือโอลิมปิก 2016 ริโอเกมส์ เบื้องหลังความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องง่าย

สำหรับคนอายุ 63 แล้วต้องไปดูแลเด็ก มันก็เหนื่อยนะ จริง ๆ เด็กไปไม่เยอะหรอก 3 คน เราไปเก็บตัวที่อังกฤษก่อน 9 วัน ดิฉันเหมือนไปเป็นแม่เด็ก ๆ เพราะเขาอายุ 18-19 ในขณะที่ลูกเราจริง ๆ อายุ 30 กว่าแล้ว ในขณะที่เด็ก ๆ ที่ต้องดูแลยังเป็นวัยรุ่น ติดมือถือ เล่นอินเตอร์เน็ต แต่ก็เป็นสิ่งเดียวที่เขารีแลกซ์ได้นะคะ ซึ่งเราปล่อยเขานะ แต่บางทีเขาไม่รู้หรอกว่าเบื้องหลังที่เราปล่อยเราแทรกอะไรบางอย่างไว้ให้เขาด้วย เช่น เรื่องปรับเวลาเที่ยงคืนของที่โน่นคือเที่ยงวันของที่นี่ ในหลักการของนักกีฬาจะทำให้ร่างกายทรุดโทรม เราเลยไปเก็บตัวที่อังกฤษก่อน ดิฉันดูแลนักกีฬา ดูแลทุกเรื่อง คอยหอบอาหารกับข้าวไทยไปให้เด็ก คอยดูแลเด็กเวลาซ้อม คอยให้กำลังใจ เวลาเจ็บคอยนวด คอยประคบ ช่วยนวด ทำทุกเรื่องค่ะ กระทั่งคอยคุมน้ำหนักเด็กด้วย

 

สมัยหนึ่งเคยทำหน้าที่เป็นรองผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกด้วย

เป็นผู้หญิงคนแรกในรอบ 47 ปี ตอนนี้ยังไม่มีใครมาทำลายสถิติ (ยิ้ม) ในอดีตที่ผ่านมาดิฉันจบพลศึกษา
คือสายตรงกีฬาเลย เพราะเป็นนักกีฬาเก่า เคยเป็นนักยิมนาสติก ตอนหลังได้เป็นโค้ชยิมนาสติก แล้วเติบโตมาเรื่อย ๆ จนครั้งสุดท้ายของการทำงานคือได้เป็นรองผู้ว่าการฯ เป็นผู้หญิงคนแรก และปัจจุบันก็ยังไม่มีผู้หญิงนั่งในตำแหน่งนี้...ในฐานะคนทำงานก็ภูมิใจ ในแง่การทำงานถามว่าทำงานยังไงให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีความตั้งใจ พอตั้งใจจะทำได้ทุกอย่าง อย่าเดี๋ยว อย่าว่าเดี๋ยวทำ ถ้าคิดว่าจะทำหรือตั้งใจว่าจะทำ เท่ากับมีเป้าหมาย เดินให้ถึงจุดมุ่งหมาย เพราะรู้แล้วว่าจะทำยังไง ถ้าคุณตั้งใจเดินให้ถึงจุดหมาย มันจะมีทางให้เราเอง

 

ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องกีฬามาตลอด ปัญหาเยอะไหม

ถามว่ามีปัญหาไหม ทำงานมีปัญหาทุกที่ค่ะ แต่ดิฉันจะค่อย ๆ แก้ ค่อย ๆ ทำไป งานแต่ละประเภทปัญหาจะต่างกัน...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันทำงานมานาน วันหนึ่งเมื่ออายุมากขึ้น เรามีประสบการณ์มากขึ้น มันก็ทำให้มีความรอบคอบขึ้น ดิฉันทำงานในสายกีฬามาตลอด แต่ความรับผิดชอบก็ต่างกันค่ะ ทุกหน้าที่มีปัญหาหมดค่ะ ก็ต้องแก้กันไป

 

เป็นคนหนึ่งที่สร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน

แม้กระทั่งว่าสมัยก่อนที่ทำงานหนักมาก ก็จะไม่ใช่คนที่ทำงานจนเคร่งเครียด จนถึงขนาดแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ กลับกันคือแก้ปัญหาได้ตลอด อย่างที่บอกอาจจะเป็นเพราะปฏิบัติธรรมมาก่อน มันเลยทำให้เราไม่ได้ทุกข์มาก จริง ๆ คนเรามีความทุกข์อยู่ไม่กี่อย่างหรอก เรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องลูก เรื่องภาวะเศรษฐกิจ ดิฉันไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเหล่านี้ ถามว่ารวยไหม ดิฉันไม่ใช่คนรวยนะแต่ก็มีกินมีอยู่อย่างสบาย ๆ มีลูกลูกก็ไม่ได้สร้างความทุกข์อะไรให้ คิดว่าทุกอย่างมันอยู่ที่เราจัดการกับจิตของเราเอง ว่าเราจะไปลงทุนกับความทุกข์ให้ชีวิตมากหรือน้อย

 

แนะนำคนวัยเกษียณ หรือวัยสูงอายุ ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

ถ้าจะให้แนะนำก็คือคนเกษียณหรือเข้าสู่สูงวัย ก็ต้องหาอะไรทำ และไม่อยู่นิ่ง คำว่าไม่อยู่นิ่ง คืออย่านั่งนาน ๆ นอนนาน ๆ ความเห็นส่วนตัวคิดว่านั่งนาน ๆ นอนนาน ๆ จะไปเร็วนะ (ยิ้ม) ดิฉันคิดว่าในความเป็นมนุษย์การใช้ธรรมะเข้ามาช่วยในเรื่องการดำเนินชีวิต เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะศาสนาอะไรก็แล้วแต่ ศาสนาพุทธเราก็ยึดหลักตามที่พระพุทธเจ้าสอน ให้รู้จักละ ให้รู้จักวาง ยึดมากก็หนักมาก ยึดมากก็ทุกข์มาก ท้ายที่สุดก็ต้องวาง อย่างที่บอกความทุกข์ไม่ได้เพิ่งเกิดกับเรา แต่มันเกิดมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันก็เกิด ในอนาคตเดี๋ยวก็เกิดในเรื่องเดียวกัน อยู่ที่ว่าคนไหนจะไปจับเท่านั้นเอง ในหนึ่งชีวิตของคน ความทุกข์ที่เกิดมันมีทุกอย่าง เรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องลูก ทุกอย่าง ทุกคน มีความทุกข์ แล้วความทุกข์ก็ไม่พ้นเรื่องพวกนี้ ถ้าเราไปจับ มันก็คือทุกข์ของเราแล้ว ต้องรู้จักวาง ต้องรู้ตัว รู้เท่าทัน อย่าปล่อยให้ความคิดฟุ้งหรือก่อตัวจนสร้างความทุกข์ให้ตัวเอง

 

  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1082 ปักษ์หลังธันวาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.