เส้นทางดนตรีที่กว่าจะเป็น‘หนึ่ง’ จักรวาล เสาธงยุติธรรม เขาคือนักเปียโนและมือคีย์บอร์ดมากประสบการณ์ระดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่หลายคนในวงการยกให้เขาเป็นเทพ นอกจากเป็นนักดนตรีแล้ว หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ยังเป็นทั้ง Composer, Arranger, Producer และ Music Director
 
เขาทำงานให้กับศิลปินคนดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะสังกัดค่ายไหน หรือเพลงแนวใด ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตก็แทบจะนับไม่ถ้วน ทั้งกับนักร้องเพลงสากลของเมืองไทย รวมถึงคอนเสิร์ตแนวแจ๊สอีกหลากหลาย
 
แต่ใครจะรู้บ้างว่า ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเปียโนระดับเทพคนนี้เริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีจากวงดนตรีลูกทุ่ง อาศัยเรียนเปียโนแบบครูพักลักจำ และยังต้องจำใจเรียนไวโอลินเป็นภาคบังคับ ทว่าด้วยความชอบฝังใจจากการ์ตูนมิกกี้เม้าส์ที่ดูแต่เด็ก ทำให้เขาเพียรพยายามหาโอกาสในการเรียนรู้และฝึกฝนวิชาเปียโนด้วยตัวเอง
 
ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในเส้นทางดนตรี จนกระทั่งมีวันนี้...วันที่คนในแวดวงเพลง แวดวงดนตรี แทบทุกคนรู้จักเขา
 
กลายเป็นว่าตอนนี้คนรู้จักคุณเพราะการเป็นนักสืบในรายการ I can see your voice มากขึ้น
น่าจะใช่ ปกติผมเล่นเฉพาะคอนเสิร์ต ทำเพลงอยู่เบื้องหลัง ตอนแรกกลัวนะกับการออกรายการ เพราะเราเข้าใจว่ารายการทุกรายการชอบความสนุกสนาน ซึ่งดูจากหน้าจอผมไม่ตลกน่ะ บางคนอาจกลัวว่าผมหน้าดุ ดูแล้วไม่ขำ มีนักสืบในรายการ 5 คน พวกข้างหลังขำหมด ส่วนครูอ้วน-มณีนุช ก็มีความรู้ มีบุคลิกของเขา และเป็นคนเล่นละครได้ด้วย ส่วนผมเล่นละครไม่เป็น และเป็นคนไม่ชอบดูสคริปต์ เลยรู้สึกว่าบทบาทในรายการไม่น่าเข้ากับเรา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หยุดทำ เพราะติดธุระ มีพี่ปั๋ง-ประกาศิต มาแทน พี่ปั๋งก็สนุก กลัวเหมือนกันว่าจะได้กลับมาทำต่อหรือเปล่า อีกวันหนึ่งทีมงานบอกว่าไม่อยากให้เราหยุด เขาต้องการคาแรกเตอร์แบบพี่หนึ่งอย่างนี้ จะได้ดูแตกต่าง
 
ชีวิตของคุณเริ่มต้นเกี่ยวพันกับดนตรีมาตั้งแต่เมื่อไหร่
พ่อแม่เล่าให้ฟังว่า สัก 2 ขวบ ผมเอาตะเกียบมาตีจานชามเป็นจังหวะแล้ว คือตอนเด็กบ้านผมอยู่ในสลัม บ้านอีกหลังที่มีรั้วติดกัน เป็นเพื่อนของพ่อ ผมเรียกว่าป๋า ป๋าเป็นคนเล่นแอคคอเดียน เย็น ๆ หลังกลับจากทำงานเขาก็มีสังสรรค์กับเพื่อน ซึ่งป๋าเป็นคนช่วยเลี้ยงผมด้วยเพราะพ่อผมขาพิการ กระดูกสันหลังหักหมดเลย จากอุบัติเหตุโดนตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่ทับ ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ส่วนแม่ก็เป็นแม่บ้าน พ่อบอกว่าป๋ามานั่งเล่นแอคคอเดียนให้ฟังแล้วก็เอาจาน ชาม ตะเกียบมาวางสอนให้ผมตี...อีกอย่างหนึ่งพ่อก็เป็นครูสอนนักร้อง นักร้องสมัยนั้นที่พ่อสอนมี อาไวพจน์ เพชรสุพรรณ อาชัยชนะ บุญนะโชติ ซึ่งเป็นศิลปินแห่งชาติไปแล้ว แต่พ่อก็ไม่รู้ดนตรี แต่ท่านสามารถสอนได้ว่าเนื้อเพลงแบบนี้ ต้องร้องแบบนี้ ด้วยเสียงแบบนี้ ร้องแหล่แบบนี้ เราก็เห็นตอนพ่อสอน
 
คุณได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเปียโนระดับเทพของเมืองไทย ถ้าไม่รู้จักประวัติคุณมาก่อน ต้องคิดว่าคุณคงเป็นพวกนักเรียนนอก ไปเรียนมาจากสถาบันดนตรีดัง ระดับโลกมาแน่เลย
ไม่ได้เรียนครับ จริง ๆ ตอนผมเริ่มมีตังค์ เคยอยากเรียนเปียโนอย่างจริงจังอยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกมีพี่คนหนึ่งจบมาจากอเมริกา ผมลงเรียน จ่ายตังค์ไปแล้ว เข้าไปเรียนวันแรก เขาบอกเล่นอันนี้ได้ไหม ผมก็เล่นได้ อันนี้ก็เล่นได้ เล่นได้หมด แต่สิ่งที่ผมเล่น ผมไม่รู้ว่ามันเรียกอะไร พี่เขาบอกว่าผมเล่นได้แล้ว มาเรียนทำไม ...  พอมาอีกทีเริ่มรู้สึกว่าพอมีคนมาให้เราสอนเปียโน เราไม่อยากถ่ายทอดวิชาที่ผิด ๆ อย่างน้อยมีวิชาที่ใช้ภาษาชาวบ้านพูดกัน กับอีกอันที่น่าจะรู้เป็นวิชาการบ้าง ก็ไปถามอาจารย์ที่เป็นด็อกเตอร์ว่าผมอยากเรียน อยากรู้ประมาณนี้ อาจารย์บอกว่า หนึ่งเล่นได้แล้ว แต่ถ้าอยากรู้ว่าอันนี้เรียกว่าอะไร โทร.มาถามได้เลย ไม่ต้องลงเรียน เสียดายตังค์

สำหรับคอนเสิร์ต The Producer หนึ่ง จักรวาล และล้านดวงดาว ที่จะจัดขึ้นล่าสุดมีความพิเศษยังไง
ตอนแรกผมกะทำคอนเสิร์ตเล็ก ๆ จุดประสงค์หลักคืออยากทำบุญ เลยชวนศิลปินพี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จักว่าใครอยากทำบุญร่วมกับเราบ้าง พอชวนแล้วเริ่มปากต่อปากจำนวนเลยเริ่มเยอะขึ้น ผมคิดว่างั้นเล่าชีวิตเราเลยดีกว่า เหมือนเตือนความจำตัวเองว่าชีวิตหนึ่งเราผ่านอะไรมาบ้าง คอนเสิร์ตนี้จะเป็นตัวบอกว่าทำไมถึงมีอาไวพจน์ เพชรสุพรรณ มีอาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา, พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ฯลฯ ครบเจเนอเรชั่นเลย แถมยังมีทุกแนว ทั้งลูกทุ่ง หมอลำ สตริง อินดี้ แร็พ เพราะผมทำงานผ่านมาหมดแล้วทุกแนว 

คนมองว่าคุณเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จอันดับต้น ของเมืองไทย สำหรับตัวเองล่ะคะ มองตัวเองว่าประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง
ถ้าเรื่องประสบความสำเร็จผมว่าผมสุดแล้ว แต่ถ้ามองว่าเก่ง ผมว่าผมไม่ใช่ คนบอกว่าเป็นนักเปียโนระดับเทพ ผมไม่ชอบเอาสิ่งพวกนี้มาตัดสินว่าเราเล่นแนวอะไร บางคนมองว่าผมเล่นแจ๊สเก่ง ผมว่าเราเป็นนักดนตรีที่เล่นเพลงอะไรก็ได้ ที่ได้ตังค์มาเลี้ยงลูก คิดแค่นี้เอง เก่งหรือเปล่าไม่รู้ แต่เล่นแล้วมีตังค์เลี้ยงครอบครัวพอแล้ว
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ใน คอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1074 ปักษ์หลังสิงหาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.