ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ "ผมทำหน้าที่เพียงกดชัตเตอร์" ภาพ : ยิ่งบุญ จงสมชัย

‘ชีวิตในธรรมชาติ’ เป็นคอลัมน์ที่อยู่คู่กับนิตยสารขวัญเรือนมานานหลายสิบปี ถ้าเปรียบเป็นเพื่อนคงเป็นเพื่อนแท้ที่คบกันมานาน จนแทบเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ทีมงานของเรามักได้รับต้นฉบับลายมือส่งมาทางไปรษณีย์ แค่เห็นลายมือก็รู้กันว่ามาจากคุณเชน ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ คอลัมนิสต์ที่ใช้ชีวิตในธรรมชาติ มีห้องทำงานเป็นป่าผืนใหญ่ ใช้กล้องและเลนส์เป็นเครื่องมือหลัก

ช่างภาพสัตว์ป่าและนักเขียน จึงเป็นตำแหน่งหน้าที่การงานที่อธิบายความเป็น ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ ซึ่งหลาย ๆ คนยกให้เขาเป็นช่างภาพสัตว์ป่าอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ที่ยากจะหาใครมาแทนที่ แต่สำหรับตัวเขาเองแล้วกลับรู้สึกว่า การทำงานในป่านั้น คนที่ทำงานง่ายที่สุดคือตัวเขาเอง เพราะมีหน้าที่เพียงกดชัตเตอร์เท่านั้น


เวลาทำงานของพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่คือเข้า 9 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับคุณเชนล่ะคะชั่วโมงการทำงานเป็นอย่างไร
ไม่มีวันหยุด ไม่มีเวลาราชการ ผมทำเหมือนคนทำงานในป่านั่นแหละครับ วันเสาร์-อาทิตย์ไม่มี เขาทำงานกันทุกวัน ส่วนตัวผมถ้าอยู่ในป่า ประมาณตี 5 ก็ตื่นแล้ว ถ้าไปถ่ายรูปไม่เกิน 6 โมงเข้าไปในซุ้มบังไพร กลับออกมาถึงแค้มป์อีกทีก็ทุ่มหนึ่ง

เป็นอย่างนี้มา 20 ปี
กว่าด้วยนะ บอกแล้วจะดูแก่มาก (หัวเราะ)

เวลาเข้าไปทำงานในป่า คุณก็พกโน้ตบุ๊คไปด้วย
มีครับ ผมก็อยู่ในโลกโซเชี่ยล ไม่ได้อยู่หลังเขา คือผมไม่ได้ปฏิเสธเครื่องมือสมัยใหม่ ไม่ได้ปฏิเสธเทคโนโลยี เพียงแต่ผมใช้มัน ไม่ได้ให้มันมาใช้ผม ผมไม่ได้อยู่กับมันตลอด 24 ชั่วโมง ผมไม่ได้ให้มันเป็นเจ้าชีวิต

คอลัมน์ชีวิตในธรรมชาติที่คุณเชนเขียน สังเกตว่าหลัง ๆเขียนถึงคนที่ทำงานอยู่ในป่าเป็นส่วนใหญ่
หลัง ๆ นี้ไม่ว่าไปพูดที่ไหน หรือเขียนงานก็ตาม ผมจะบอกเสมอว่า การทำงานในป่านั้น คนที่ทำงานง่ายที่สุดคือผม เพราะทำหน้าที่เพียงกดชัตเตอร์ เหล่าคนผู้ทำหน้าที่ปกป้องดูแลชีวิตสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้งแหล่งอาศัยของพวกมันคือคนทำงานหนักอย่างแท้จริง คนที่ทำงานง่ายที่สุดคือผม ภาพที่เห็นมันไม่ใช่ผลงานของผม แต่เป็นผลงานของคนที่ทำงานอยู่ในป่า เราแค่เข้าไปกดชัตเตอร์ มันง่ายจะตาย แต่คนที่เขาต้องเดินป่าปีละเป็นพันกิโลฯ เพื่อดูแลผืนป่า ดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เราควรจะเคารพเขา ผมก็พยายามเป็นเหมือนสะพานบอกเรื่องราวเหล่านี้ออกมาจากในป่า

สำหรับคนธรรมดาอย่างเราที่อยู่ในเมือง แต่อยากมีส่วนช่วยรักษาป่า เราจะทำได้ด้วยวิธีไหน
ถ้าเราไม่มีกำลังที่จะช่วย หรือว่าไม่อยากไปเดินป่า กลัวทาก ก็ไม่ต้องไปทำอย่างนั้นหรอกครับ ทุกคนสามารถช่วยป่าได้ ง่าย ๆ คือ เราใช้กระบอกน้ำเอาน้ำไปกิน ไม่ต้องซื้อน้ำขวดพลาสติก ก็ลดการใช้ขวดพลาสติกไป 1 ขวดจากเรา กินกาแฟเราก็มีแก้วของตัวเองไป หรือจะเปลี่ยนโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง เราควรจะรู้ว่าในอุปกรณ์โทรศัพท์ใช้แร่อันหนึ่ง ซึ่งมันต้องใช้ที่อยู่ของสัตว์ป่าในการทำเหมืองอันนี้ ปกติที่เราจะเปลี่ยนโทรศัพท์ทุก 5 ปี หรือทุกปี เราจะใช้มันไปนานกว่านั้นได้ไหม จริง ๆ แล้วอาจเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะโทรศัทพ์มันอาจมีอายุการใช้งานแค่ 2-3 ปี แต่เราควรจะคิดเยอะ ๆ กับการบริโภค การปฏิเสธไม่เอาถุงพลาสติกร้านสะดวกซื้อ มันก็มีผลจริง ๆ เรามีถุงผ้า เรามีกระบอกน้ำของตัวเอง คนล้านคนทำแบบนี้ ถุงพลาสติกก็ไม่ต้องใช้ เราเลือกใช้สินค้าที่มันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีไหม คือมันทำได้หมดกับตัวเรา

ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องใหญ่ว่าเราจะต้องเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้องเข้าไปในป่า ต้องไปปลูกป่า
ไม่ต้องคิดขนาดนั้นหรอกครับ เพราะสิ่งเหล่านี้จะสะท้อนกลับไปถึงป่า เหมือนเราเคยคุยกันตลอดว่าถ้าวันหนึ่งกบชนิดหนึ่งสูญพันธุ์ไปจากลำห้วย คนที่อยู่คอนโดฯ 20 ล้านเปิดน้ำมาน้ำอาจจะไม่ไหล เพราะสาเหตุจากกบตัวหนึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้นะ เพราะทุกอย่างมันเกี่ยวข้องโยงใยกันไปหมด
  • อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ใน คอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1072 ปักษ์หลังกรกฎาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.