ยศสินี ณ นคร เต็มที่กับทุกด้านของชีวิต คนส่วนใหญ่รู้จัก จ๋า-ยศสินี ณ นคร ในฐานะผู้จัดละคร โดยอีกไม่นานมีผลงานเรื่อง...นางอาย และ เพลิงบุญ เตรียมจะออกอากาศให้ได้ชมกัน นอกจากงานละคร ยังมีอีก 5 รายการที่เธอรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น ตีท้ายครัว, ครัวแล้วแต่คริต, ตะลุยกองถ่าย, Health me please และรายการ #switch ที่ทำหน้าที่พิธีกรเองรวมถึงเป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ไม่เพียงงานในไลน์บันเทิง แต่เจ้าตัวยังดูแลบริหารร้านอาหารอีก 2 แห่ง ถึงแม้ตารางชีวิตส่วนหนึ่งจะแน่นไปด้วยการทำงาน แต่เธอยังแบ่งเวลาไปออกกำลังกายกายกรรมโหนผ้า ที่พบว่านี่คือส่วนหนึ่งของชีวิต และมันสามารถเปลี่ยนชีวิตเธอได้จริง ๆ
 
--ทั้งการทำงาน ทั้งไลฟ์สไตล์ส่วนตัว เป็นสิ่งที่เธอลงมือทำอย่างตั้งใจแม้จะมีบททดสอบเกิดขึ้นเข้ามามากมาย ที่ต้องใช้ทั้งความพยายาม ความทุ่มเทความอดทน รวมถึงการมีสติ เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาและบททดสอบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไปได้ เปิดใจสนทนา กับเรื่องราวตลอดเวลาการทำงานกว่า 10 ปี ที่ชื่อของผู้หญิงเก่งคนนี้เป็นที่รู้จัก อย่างหนึ่งเราพบว่าหากเธอตั้งใจชอบอะไรแล้ว งานนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ ศึกษาจริง ลงมือทำจริง เรียกว่าเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตเต็มที่กับทุกด้าน ที่หลอมรวมเป็น จ๋า-ยศสินี ได้อย่างทุกวันนี้ และสิ่งที่ตามมาคือ ทำให้เธอยิ้มให้กับชีวิตที่ออกแบบเองได้...อย่างมีความสุข
 
• เป็นคนที่เต็มที่กับไลฟ์สไตล์ตัวเองในทุกด้าน
การออกกำลังกายสำคัญต่อการทำงาน เพราะตั้งเป้าไว้ว่าจะไม่เป็นปัญหา หรือภาระกับใคร สิ่งหนึ่งที่ตอบโจทย์คือการออกกำลังกาย จริง ๆ เป็นคนที่ออกกำลังกายมาตลอด แต่ไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตเรา เหมือนยังไม่เจอเนื้อคู่ จนวันหนึ่งได้มาเจอกายกรรม

• คิดว่ามาเจอสิ่งที่ใช่ ช้าไปไหม
จ๋ามาเจอความมหัศจรรย์นี้ตอนอายุ 35 จ๋ามีความตั้งมั่น แก่...นี่ชนะทุกอย่างนะคะ จ๋าพูดจริง ๆ (ยิ้ม) เพราะเรารู้ว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง เรารู้ว่าต้องต่อสู้มากแค่ไหนกับสิ่งที่มีความหมายในชีวิตเรา คือเวลาเราเหลือน้อยนะ เพราะฉะนั้นแก่มหัศจรรย์ที่สุดแล้วละ การมาเจอกายกรรมตอนอายุ 35 ไม่เสียใจแล้ว เพราะถ้ามาเจอตอนช่วงอายุอื่น จ๋าอาจจะไม่ตั้งมั่นกับมันขนาดนี้ อาจจะเจ็บแล้วเลิก แต่วันนี้ยังไงก็ไม่เลิก...มันมาเพราะอายุนี่แหละ แก่ชนะทุกอย่าง เพราะเรารู้จักรู้คุณค่ารู้จักชื่นชมสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรามากกว่าเด็ก ๆ

• ทั้งละคร โหนผ้า ได้วางเป้าหมายกับ 2 สิ่งที่รักนี้ไว้ตรงจุดไหนคะ
ทั้งละคร ทั้งกายกรรม ไม่มีเป้าหมายอะไรเลยจริง ๆ แค่รู้สึกว่าตื่นมาทุกวันทำให้มันไกลไปกว่าเมื่อวานอีกนิดหนึ่ง ก้มไปได้อีกหนึ่งเซ็นต์ ฉีกขาไปได้อีกหนึ่งเซ็นต์ หรืออยู่บนผ้าให้ได้นานเพิ่มอีกหนึ่งนาที เป้าหมายมีแค่นั้น หรือการทำละคร พรุ่งนี้ออกกอง เรารู้จักแก้ให้ปัญหาน้อยลงได้อีกหนึ่งอย่าง คิดแค่นี้จริง ๆ ไม่ได้มีเป้าหมายมากไปกว่านี้เลย ทุกวันนี้ในอายุเท่านี้ถ้าตายก็ตายได้เลย จ๋ามีความสุขกับเป้าหมายเล็ก ๆ ทำให้ดีขึ้นทีละนิด ๆ มันเป็นเป้าหมายที่เป็นจริงและเอาชนะได้ ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายไว้สุดดอย
 
• คำพูดของคนที่พูดไม่มีเวลา ทำงานเยอะ ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย ไม่มีเวลาไปเที่ยว
รู้สึกว่าคนสมัยนี้ประมาทชีวิต คนที่พูดอย่างนี้คิดว่าตัวเองจะอยู่ตลอดไป ไม่คิดว่ากำลังประมาทกับชีวิตเราจะรีบขับรถเพื่อไปทำงาน โดยที่จะต้องขับไปอย่างรวดเร็ว มันเสี่ยงมากนะคะ เสี่ยงกับตัวคุณและเสี่ยงกับรถข้าง ๆ ด้วย เราไม่ออกกำลังกาย เพราะคิดว่าเราไม่เป็นอะไรหรอก เราคิดว่าไม่มีเวลาไปเที่ยว เพราะคิดว่าเดี๋ยวเราก็มีเวลาไป นี่คือไม่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะคุณคิดว่าปัจจุบันมันยาวนานมาก ซึ่งจริง ๆ ปัจจุบันไม่ถึงเสี้ยวนาทีด้วยซ้ำ คุณเดินออกไป คุณจะตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันอยู่ที่การจัดลำดับความสำคัญของชีวิตค่ะ
 
  • ติดตามบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1071 ปักษ์แรกกรกฎาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.