เมย์-รัชนก อินทนนท์ ทุกอย่างอยู่ที่ความตั้งใจ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2556 ชาวไทยทั้งประเทศต่างชื่นชมยินดีกับความสำเร็จของ เมย์-รัชนก อินทนนท์ สาวไทยที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการแบดมินตัน ด้วยการถูกจารึกชื่อว่า เป็นนักกีฬาจากไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลก และยังเป็นแชมป์โลกแบดมินตันที่มีอายุน้อยที่สุด
 
แต่ก่อนหน้านั้นรัชนกได้รับการกล่าวขวัญถึงในวงการแบดมินตัน เพราะเธอสามารถคว้าแชมป์แบดมินตันเยาวชนโลกได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่ออายุ 14 ปี เส้นทางสู่ระดับท็อปเท็นของโลกจึงเริ่มต้นตั้งแต่นั้น
 
จากเด็กหญิงลูกคนงานที่วิ่งซุกซนในโรงงานขนมบ้านทองหยอด วันหนึ่งแม่ปุก-กมลา ทองกร เจ้าของโรงงานขนมหวาน ก่อตั้งสโมสรบ้านทองหยอดขึ้น และได้นำเด็ก ๆ ทั้งลูกของตัวเอง ลูกของคนงานมาฝึกเล่นแบดมินตัน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กหญิงรัชนกในวัย 6 ขวบได้จับไม้แร็กเกต
 
นับจากนั้นเป็นต้นมาชีวิตของรัชนกแทบไม่เคยห่างหายจากสนามแบดมินตัน บวกกับความอดทนและมีวินัยในการฝึกซ้อมอย่างหนักที่มีมาแต่วัยเด็ก ทำให้เธอครองตำแหน่งนักแบดมินตันสาวมือหนึ่งของไทยมาหลายปีติดต่อกัน และยังเป็นนักกีฬาต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่อีกด้วย
 
ถ้าดูตารางการแข่งขันของเมย์จะเห็นว่ามีโปรแกรมตลอดเลย มีช่วงหยุดพักบ้างไหมคะ
ถ้าเบรกจริง ๆ เต็มที่จะได้ประมาณ 2 อาทิตย์ค่ะ เนื่องจากเรามีรายการแข่งค่อนข้างต่อเนื่อง เพราะทุกเดือนต้องเก็บคะแนน ถ้าเราไม่ไปรายการนี้คนอื่นก็จะแซง ก็ต้องเตรียมตัวตลอด เลยทำให้มีวันหยุดน้อย ยิ่งช่วงนี้จะหนักหน่อย เราต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดี เพราะไม่อยากเสียโอกาสตรงที่ว่าต้องเก็บคะแนนไปโอลิมปิก
 
เวลาเจอกับโมเม้นต์ที่ทำให้เราท้อบ้าง ขี้เกียจบ้าง มักบอกตัวเองอย่างไร
ทุกคนไม่ได้มีโอกาสเหมือนเรา เพราะที่ 1 มีแค่คนเดียว ถ้าเรามัวแต่ทำตามคนอื่นก็ไม่เก่ง ถ้ารู้ว่าอะไรที่เราโดดเด่นกว่าเขา มีดีกว่าเขา ต้องพยายามทำและพยายามพัฒนาตัวเองให้ดี
 
การที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยคือ 18 ปี ก็สามารถเป็นแชมป์โลกได้ในคราวนั้น สร้างความกดดันให้มากไหมคะ
ก็มีส่วน หลังจากได้แชมป์โลกมาทุกคนก็ตั้งความหวังว่า อนาคตต้องได้โอลิมปิก รายการต่อ ๆ ไปต้องเป็นแชมป์ แต่หลังจากนั้นหนูก็มีอาการบาดเจ็บ ผลงานเลยไม่ค่อยเป็นได้อย่างหวัง คนเลยพูดกันว่าตอนที่หนูได้แชมป์โลกเป็นเพราะเราฟลุคหรือเปล่า ทั้งที่จริงแล้ววันนั้นหนูไม่ได้ฟลุคนะ ถ้าฟลุคจริง ๆ เขาต้องตีแย่มากเลยสิ ถึงเรียกว่าฟลุค ตอนนั้นต้องมีเครียดนะ หนูเหมือนแบกความทรงจำไว้มากเกินไปจนเล่นไม่เป็นธรรมชาติ หลังจากนั้นคุยกับโค้ช คุยกับใครหลาย ๆ คน ทุกคนให้คำแนะนำว่า ทิ้งไปเถอะคำว่าแชมป์โลก พยายามให้เราหาประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ มีเป้าหมายใหม่ อดีตที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยมันไป
 
นอกจากความสามารถแล้ว อีกหนึ่งอย่างที่หลายคนชื่นชมเมย์คือเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตนไม่เฉพาะคนไทยเท่านั้นที่ชื่นชม แฟนลูกขนไก่หลายประเทศที่ได้ชมแมตช์ที่เมย์แข่งขันก็ยังพูดถึงในจุดนี้
หนูว่าเป็นความเคยชินด้วยค่ะ แม่ปุก (กมลา ทองกร ผู้อำนวยการโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด) สอนหนูมาตั้งแต่เด็กว่า เจอผู้ใหญ่ต้องยกมือไหว้ ตั้งแต่เดินเข้าคอร์ตมา ถ้าเราลืมยกมือไหว้แม่ปุกจะไล่ให้ไปเดินเข้าคอร์ตมาใหม่แล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ เราทำทุกวันจนชินและติดเป็นนิสัยไปแล้ว เวลาไปไหนมาไหนก็ไหว้ไว้ก่อน ทั้งไหว้ทักทาย ไหว้ขอบคุณ ไม่ว่าใครจะถูพื้น หรือว่าส่งลูกให้ ก็ยกมือไหว้เป็นการขอบคุณ
 
ล่าสุดมีหนังสือประวัติชีวิตของตัวเองด้วยคือ‘หยอดฝันไว้ที่ปลายคอร์ต’ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่งจะมีหนังสือของตัวเองอย่างนี้
ไม่เคยคิดเลย วงการหนังสือเนี่ยห่างไกลหนูมาก ไม่รู้จะติดต่อกับใคร แต่พอพี่ ๆ จากแพรวสำนักพิมพ์ติดต่อมาก็ดีใจนะคะ เราได้มานั่งเล่าประสบการณ์ ความคิดความรู้สึกอะไรหลัก ๆ ที่เราเคยผ่านมาแล้ว จุดเด่นจุดด้อย หรืออารมณ์ไหนที่มันไม่ต่างจากคนอื่นเลย แต่เราผ่านมาได้ หนูคิดว่าหนังสือเล่มนี้จะทำให้ทุกคนมีกำลังใจในการที่จะสามารถดำรงชีวิตให้ดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในฐานะไหน เพราะหนูเองก็ไม่ได้มีฐานะ ไม่ได้มีเงิน เป็นแค่ลูกคนงานโรงงานทำขนมที่วิ่งเล่นไปมาอยู่บริเวณโรงงานเท่านั้น ตอนเริ่มเล่นแบดก็ไม่ได้มีเงินไปซื้ออุปกรณ์ดี ๆ แพง ๆ เพียงแต่หนูมีความขยันมากกว่าคนอื่น จึงทำให้หนูโดดเด่นกว่าเด็กในรุ่นราวเดียวกัน
 
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับปักษ์ที่ 1065 ปักษ์แรกเมษายน 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.