แขกรับเชิญ : ทิฏฐินันท์ อ้นปาน Best of The Voice เบสท์-ทิฏฐินันท์ อ้นปาน หนุ่มจากเชียงใหม่ ลูกทีมของโค้ชโจอี้ บอย คือแชมป์ The Voice Thailand Season 4 รายการประกวดร้องเพลงที่มีคนติดตามมากที่สุดรายการหนึ่งของเมืองไทย นอกจากเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่แล้ว เบสท์ยังทำงานพาร์ทไทม์เป็นนักร้องนักดนตรีตามร้านอาหารตามผับช่วงกลางคืน เสียงเพลงและดนตรีจึงเป็นเสมือนส่วนหนึ่งในชีวิตเขา แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาได้ไกลถึงเป็นแชมป์ The Voice ที่คนดูพร้อมใจกันส่งแรงโหวตให้
 
ในหน้าจอทีวี ในรายการ เราอาจเห็นว่าเบสท์เป็นคนนิ่ง ๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา หรือมีอยู่หน้าเดียว ตามที่ใคร ๆ แซว แต่ถ้าได้ลองนั่งคุยทำความรู้จักเขาจริง ๆ จะพบว่าแชมป์ The Voicevคนนี้มีเรื่องราวบอกเล่าให้ฟังมากมาย และยังมีความสามารถพิเศษอีกหลายอย่าง ที่บอกเราในวันนั้นอย่างแรกคือเสื้อตัวที่ใส่มา เขาออกแบบตัดเย็บเอง
 
การมาประกวดร้องเพลงก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายของชีวิต
ใช่ครับ เราเล่นดนตรี เราชอบร้องเพลง น่าจะมาลองตามหาฝันดู ก่อนมาเวทีเดอะวอยซ์ ผมเคยไปประกวดเดอะสตาร์ แต่ไม่ผ่านออดิชั่น พอช่วงปริญญาตรี เพื่อนรู้ว่าเราเป็นนักร้องกลางคืนก็ถามว่า เราร้องร้านไหน เขามาฟังและบอกว่าเราร้องดีนะ ทำไมไม่มาประกวดดู ตอนเดอะวอยซ์ซีซั่น 3 เพื่อน ๆ เขาไปกัน เราบอกไปกันเถอะ ยังไม่ว่าง จะเรียน จะทำงาน เพื่อนก็กลับกันมาแบบไม่เข้ารอบ พอเดอะวอยซ์ซีซั่น 4 เพื่อนบอกว่าลองเถอะ ๆ เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัย คนรอบข้างยุกัน เขามาออดิชั่นที่เชียงใหม่ผมจำได้ว่าตัวเองแต่งชุดนักศึกษามาเลย สะพายกีตาร์ตัวหนึ่ง ไปออดิชั่นหลังจากเรียนเสร็จ
 
การมาประกวดเดอะวอยซ์ ทำให้เราได้สร้างความกล้าขึ้นมาอีกสเต็ปของชีวิตไหม
ก็มีเรื่องร้องเพลงที่ผมไม่มั่นใจแต่แรกว่าจะร้องเพราะหรือว่าคนจะชอบฟังหรือเปล่า แต่พอถึงจุดนี้ พิสูจน์ได้ว่าผมจะไปร้องที่ไหนก็ได้ มั่นใจในการร้องมากขึ้น
 
 
จริง เบสท์เป็นคนอย่างไรคะ เห็นในเฟซบุ๊คที่เฮียโจอี้เขียน คือบอกว่าเบสท์เป็นคนไม่ค่อยพูด ชอบนั่งเงียบ คนเดียวในมุมของห้อง แล้วคอยยิ้มหัวเราะไปกับมุกของสาว ในทีม
ถ้ารู้จักจริง ๆ ผมเป็นคนตลกนะครับ แต่เป็นคนซื่อ ๆ ไม่ใช่เป็นคนเงียบนะครับ คือในระหว่างแข่งในทีมโค้ชโจอี้ มี 12 คน ผู้หญิง 10 คน มีผู้ชายแค่ 2 คน และผู้ชายคือแบบเดียวกัน เป็นคนพูดน้อย สไตล์โต ๆ แล้วน่ะ ผมเลยเป็นเด็กหลังห้องไปเลย เพราะสาว ๆ 10 คน คุยกันกระจุ๊กกระจิ๊ก คุยเรื่องเครื่องสำอาง เรื่องสถานที่เที่ยว เรื่องเดินเล่นที่ไหน ผมไม่รู้เรื่อง เลยไม่ค่อยพูด จึงทำให้ดูว่าเป็นคนเงียบ ๆ แล้วเวลาคุยกับเฮียโจอี้ ส่วนใหญ่ที่คุยกันเป็นเรื่องงานมากกว่า เรื่องเพลงในรอบต่อไปว่าจะเอายังไง ทำยังไงกับเพลงนี้ดี แต่ให้คุยเล่นแบบ เฮียไปปั่นจักรยานที่ไหน ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะผมเพิ่งมาปั่นจักรยานด้วย และเรื่องเที่ยว ผมไม่ได้เที่ยวที่ไหน เลยไม่รู้จะคุยอะไรกับแก แต่ถ้าคุยเรื่องวาดรูปจะคุยได้เป็นพันคำ แต่แกไม่ได้คุยกับผมเรื่องวาดรูป
 
 
ได้แอบเตรียมคำพูดอะไรไหมสำหรับการประกวด
มีครับ แต่คำพูดส่วนใหญ่ที่ผมเตรียมไว้คือ ตอนตกรอบ ตั้งแต่รอบแบทเทิ่ลก็เตรียมแล้ว คือถ้าใครเข้ารอบจะได้ลงเวทีก่อน ส่วนคนที่ตกรอบจะได้คุยกับโค้ช ชั่ววินาทีนั้นเป็นอะไรที่พูดยากสำหรับผม ยิ่งพูดไม่มากอย่างผมจะกลายเป็นพูดติดขัด พูดไม่รู้เรื่อง ผมเลยรีบพิมพ์ใส่มือถือไว้ว่าจะพูดยังไงดี ก่อนหน้าผมจะคุยกับพี่ชายและแฟนว่าพูดอย่างนี้ไหม ผมลองพิมพ์ไป แล้วให้เขากรองมาเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย พูดง่าย ๆ แล้วจะพกติดตัวตลอด จะพูดขอบคุณโค้ชตลอดทุกรอบ เวลาชนะขึ้นมา เลยไม่ได้พูด (หัวเราะ)
 
อยากบอกอะไรกับคนที่เชียร์ที่โหวตให้เบสท์
ขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับที่เชียร์ ผมพยายามทำเต็มที่ในทุกรอบ และถ้าต่อไปนี้ มีงานอะไรเข้ามาจะตั้งใจทำ คือเปิดตัวเองเลย เรื่องการแสดงสีหน้า การพูดจาอาจจะยากไปนิดหนึ่งสำหรับผม แต่ผมจะพยายามเรียนรู้เพิ่มเติม ทำให้เต็มศักยภาพอย่างที่ทุกคนหวัง
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1061 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.