อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 นางงามที่ชนะใจคนไทยทั้งประเทศ การประกวด Miss Universe 2015 สิ้นสุดลงไปแล้ว...แต่ทุกวันนี้เรายังได้ยินเสียงชื่นชมสาวงามผู้สวมสายสะพายไทยแลนด์อยู่ไม่ขาด

‘ไม่แรงแต่แพงมาก’ หรือ ‘แฟชั่นนิสต้าแห่งกองประกวด’...หลายสมญานามที่ล้วนมาจากความชื่นชอบในตัวของเธอคนนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วความสวยแบบแนท-อนิพรณ์ ถือว่าหลุดกรอบความสวยแบบนางงามที่คนไทยคุ้นชิน...ทั้งบุคลิกภาพก็ยังไม่ใช่จริตนางงามที่เคยเห็นจะบอกว่าเธอตรงกันข้ามทุกอย่างก็ได้ แต่เพราะความเป็นธรรมชาติ และการแสดงความเป็นตัวตนอย่างเต็มที่ ทั้งความทุ่มเทที่เรารู้สึกได้ ทำให้ทุกคนหันมาหลงรักมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนนี้และปักหลักเชียร์กันสุดใจ

ซึ่งแนทก็ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง เพราะเธอนำความเป็นตัวเองไปทำให้ Thailand โดดเด่นอย่างมากในกองประกวด ที่สหรัฐอเมริกา...เธอได้รับเลือกให้เป็นตัวแทน 1 ใน 15 สาวงามที่เข้าร่วมการโปรโมทชุดว่ายน้ำคอลเลกชั่นใหม่ของ Yamamany สปอนเซอร์ของการประกวด, เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดไปออกรายการเพื่อประชาสัมพันธ์การประกวด, อินสตาแกรมกองประกวดมิสยูนิเวิร์สมอบพื้นที่ให้แนท 1 วัน ซึ่งปรากฏว่าคนกดไลค์รูปแนทเป็นจำนวนมาก, เธอเป็นขวัญใจกองประกวดทั้งช่างแต่งหน้าทำผมรวมถึงสตาฟฟ์ พร้อมใจกันอัพรูปและคลิปวิดีโอของแนท...กูรูด้านนางงามระดับโลกบอกว่าเธอคือผู้ที่จะได้รับมงกุฎในปีนี้ ฯลฯ...

แล้วในที่สุดเธอก็นำชุด ‘ตุ๊กตุ๊ก ไทยแลนด์’ ไปคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมจากการโหวตของคนทั่วโลก และสามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปีของสาวงามจากประเทศไทย...ผลงานของเธอเป็นเหมือนของขวัญที่สร้างความสุขให้กับคนไทยกันตั้งแต่ต้นปี

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเบื้องหน้าที่เราได้รับรู้ แต่การที่สาวน้อยธรรมดาคนหนึ่งจะก้าวมายืนอยู่ตรงนี้ยังมีเบื้องหลังที่ไม่มีใครเห็นอีกมาก ทั้งวันที่เหนื่อยยาก วันที่ต้องเสียน้ำตา และเธอจะต้องใช้พลังกาย พลังใจอย่างมากเพื่อจะไปต่อให้ได้ วันนี้เธอยินดีเปิดใจกับเรา และเชื่อว่าคุณจะหลงรักเด็กสาวคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม
 
การเป็นตัวแทนของคนไทยเข้าประกวด Miss Universe 2015 เหมือนเป็นโปรเจกต์ใหญ่ของชีวิตเลยนะคะ
ใช่เลยค่ะ ระหว่างทางเราเจออะไรหลาย ๆ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญกับความรู้สึกของตัวเอง …หนูรู้สึกว่าเรามีโอกาสแค่ครั้งเดียว ช่วงนั้นจิตใจต้องเข้มแข็ง และมองโลกในหลาย ๆ มุม ทำทุกอย่างเพื่อ Keep going ไปข้างหน้า ตัวหนูเองน่ะเหนื่อยมาก ๆ แต่ทุกคนจะไม่เข้าใจว่ามันเหนื่อยยังไง แต่ว่าในความที่เราทำเอง เราจะรู้ว่ามันเอาความอดทน เอาความอะไรหลาย ๆ อย่างมาสู้ ต้องเอาชนะตัวเอง
 
วันที่แพ็กกระเป๋าเตรียมเดินทางไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส สิ่งที่แพ็กไปด้วยคือกำลังใจ และความหวัง
หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง การที่คนมีชื่อเสียงมาช่วยเรา แล้วเขาเต็มที่ ทำให้เรามองย้อนกลับไปว่าเราก็มีความหวังนะ มีความหวังที่จะต้องเป็นมิสยูนิเวิร์ส มีความหวังคือทำให้เต็มที่ ในเมื่อทุกคนยังมีความหวัง ทำไมหนูจะไม่หวัง...หนูไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองมาก แต่การที่ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนทำให้เรามีความพยายามมากกว่า หนูมีเป้าหมายคือไปก็ต้องไปเป็นมิสยูนิเวิร์ส แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะเราได้ทำเต็มที่แล้ว มองอย่างนั้น ไม่ได้มั่นใจ ไม่ได้เซลฟ์ในตัวเองมาก แต่มองย้อนกลับถ้าเรายังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ยังไม่รู้สึกว่าเราดูมั่นใจ ทั้งการแสดงออกทางสีหน้า แววตา บุคลิก ท่าทาง คนอื่นหรือว่านางงามที่ตกรอบไปจากการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เขาจะรู้สึกยังไง เราเป็นตัวแทนความหวัง ความฝันของ 40 คนที่เหลือ เพราะฉะนั้นหนูอยากทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่อยากทำให้เพื่อน ๆ ที่ตกรอบไปรู้สึกเสียดายว่าถ้าเราได้ เราคงทำดีกว่าแนท หนูไม่อยากให้ใครพูดคำนี้
 
เมื่อไปถึงที่อเมริกา แล้วได้เห็นสาวสวยที่สุดของแต่ละประเทศเป็นครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงคะ
ทุกคนเป็นฝรั่งไงคะ คาแรกเตอร์หน้าก็จะคล้าย ๆ กันหมด หนูเลยแบบเธอสวยนะ แต่ชั้นก็สวยนะ (หัวเราะ) หนูจะพูดอย่างนี้กับตัวเองตลอด ทุกคนสวย แน่นอนทุกคนคือที่หนึ่งของแต่ละที่ แต่เขาสวย เราก็สวย ไม่ได้ซีเรียสอะไร มองว่าเราคาแรกเตอร์ชัดกว่าเขา บางทีหนูก็คิดนะ เออ ฝรั่งหน้าเขาครบ แต่บางทีแต่งมาเยอะไปมันก็ดูเกิน หรือบางทีโอเคสวย แต่บางทีหนูรู้สึกว่าเสื้อผ้าอาจจะไม่แมตช์กับเขา แล้วบางทีเขาเลือกหน้าผมไม่ค่อยถูก ทำให้หนูรู้สึกว่าความสวยของเขามันลดลง เราต้องวิเคราะห์เขา วิเคราะห์เราเหมือนต้องรู้เขารู้เราค่ะ
 
จากประสบการณ์ที่เราได้เจอมา อะไรคือสิ่งที่เราค้นพบและอยากจะบอกต่อคะ
เรื่องของการรู้ตัวเอง เราต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ถูก ต้องประเมินตัวเองให้ได้ ถ้าเราประเมินตัวเองได้ เห็นคุณค่าของตัวเองได้ จะทำให้เราสามารถประเมินคนอื่น และวิเคราะห์คนอื่น แล้วเห็นคุณค่าของคนอื่นได้ ถ้าเรายังไม่เข้าใจตัวเอง จะเป็นอะไรที่ยากมากในการที่จะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ง่าย ๆ เลย เรื่องการแต่งตัว หนูว่าในการเลือกทุกอย่างให้เข้ากับตัวเอง ถ้าเรายังไม่รู้ แล้วก็ไม่มั่นใจในความเป็นตัวเรา มันก็ยากที่จะเดินไปต่อ
 
ตอนนี้ถือว่าแนททำเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จไปอย่างหนึ่งแล้ว
ใช่ค่ะ ความฝันการเป็นนางงามของหนูจบอย่างสวยงาม ในความคิดของหนูนะ ต่อไปคืออยากเรียนหนังสือ เพราะว่าอยากจะจบคณะนี้ (สังคมสงเคราะห์ศาสตร์) อยากทำงานในสายนี้แน่นอน แต่ว่าตอนนี้มีโอกาสได้ทำงานในวงการก็อยากทำในตรงนี้ก่อน แล้วอยากจะฟิตหุ่นอย่างจริงจัง ให้กล้ามเนื้อชัดกว่านี้ หนูอยากไปเป็นนางแบบวิกตอเรีย ซีเครท ยากนะคะกว่าที่เราจะไปมีสังกัดที่โน่น ต้องทำพอร์ตที่โน่นอีก เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของหนู ซึ่งมันใหญ่มาก
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1061 ปักษ์แรกกุมภาพันธ์ 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.