ทันตแพทย์ สุวชัย พฤกษ์กานนท์ คุณหมอแซม–ทันตแพทย์ สุวชัย พฤกษ์กานนท์ เริ่มแนะนำตัวกับเราว่า “ผมเป็นทันตแพทย์เอกชนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง มีงานพิเศษบ้าง เช่น เป็นวิทยากรแนะนำวิทยาการใหม่ ๆ ให้ทันตแพทย์ เป็นอาจารย์พิเศษบ้างบางโอกาส เป็นอาจารย์ที่ตรวจวิทยานิพนธ์ในการจบของบัณฑิตปริญญาโทบ้าง เหล่านี้คือทั้งอาชีพส่วนตัวและงานส่งเสริมงานรับราชการต่าง ๆ และยังมีการดูแลงานเก่า ๆ ของคุณพ่อเป็นพวกอสังหาริมทรัพย์บ้างเล็กน้อย เลยทำให้ชีวิตมีความหลากหลาย ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เจอโลกหลาย ๆ แบบครับ”

จากเด็กที่เติบโตในร้านโชห่วยช่วยพ่อแม่ขายของ สร้างฐานะและทำธุรกิจเปิดคลินิกทันตกรรม และร้านอาหารไซลิพลัส มาจนถึงปัจจุบันโดยยึดหลักคำสอนของพ่อ คือความซื่อสัตย์ อดทน ชีวิตของคุณหมอแซมอาจจะไม่ได้โดดเด่นเป็นที่รู้จักเหมือนนักแสดงหรือคนดังในสังคม แต่สิ่งที่ทำให้คุณหมอน่าสนใจคือเรื่องราวการดำเนินชีวิต ทั้งในแง่ส่วนตัวและการทำธุรกิจ ที่อยู่บนพื้นฐานเริ่มต้นจากการให้เป็นสำคัญ และนั่นนำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าความสุขบนหลักการใช้ชีวิตพอเพียง

เปิดใจสนทนา ต้อนรับปีใหม่ กับแง่มุมในการใช้ชีวิตที่ทุกคนสามารถจะเป็นได้ หรือเริ่มต้นใหม่ได้ ด้วยหลักในการใช้ชีวิตของคุณหมอที่ถือเป็นแบบอย่างของการสร้างบรรทัดฐานที่ดี ซื่อสัตย์ อดทน และเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ให้...

เรียนจบมาเปิดคลินิกเลยหรือเปล่าคะ
หลังจากได้รับทุนไปเรียนปริญญาโท และปริญญาเอกที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ผมกลับมารับราชการ จนปี 2540 เศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นปีที่แย่ที่สุด...ในตอนนั้นเป็นปีที่คลินิกปิดตัวกันเยอะมาก และเป็นปีที่กิจการในประเทศไทยล้มเยอะ เพราะพิษเศรษฐกิจ เราเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นคนไทยก็ลำบากอยู่แล้ว ผมอย่าไปซ้ำเติมเขาเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดราคาแพงมาก ผมเปิดคลินิกสมัยนั้นถือเป็นศูนย์ทันตกรรมแนวใหม่ที่คิดค่าใช้จ่ายไม่แพง คือมหาวิทยาลัยคิดเท่าไหร่ เราก็เอามาเป็นราคากลาง...ผมชวนเพื่อนที่เป็นอาจารย์หมอมาทำ เราทำด้วยใจที่ว่าเมื่อประเทศไทยก็โดนพิษเศรษฐกิจอยู่แล้ว เราอย่าทำฟันให้แพงเลย เราได้ช่วยคนไข้ ได้ดูแลคนไข้ หมอเองก็ได้พัฒนาฝีมือตัวเองด้วย เราใส่ใจเขา เขาใส่ใจเรา...หมอก็อยู่ได้ในอัตราส่วนที่แบ่งกันเอาแค่พอเหมาะ ตัวผมก็อยู่ได้ ไม่ได้รู้สึกว่าต้องเอาอะไรเยอะแยะ กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำเพราะเราได้นำพัฒนาการจากต่างประเทศ ได้นำความรู้ใหม่ ๆ มาใช้


การทำธุรกิจเรื่องรายได้ก็สำคัญ พอเป็นหมอจรรยาบรรณก็สำคัญ ทำอย่างไรให้ไปด้วยกันได้
ผมว่าสำคัญสุดคือต้องไม่โลภครับ จริง ๆ หมอฟันทำอะไรไปในปากบางทีคนไข้ไม่รู้นะ หมอฟันก็เหมือนช่าง บางทีทำอะไรไปคนไข้ไม่รู้หรอก แต่เราจะให้คนไข้ดูก่อนทำและหลังทำว่าพอผ่านกระบวนการทำแล้วจะเป็นอย่างนี้ ๆ นี่คือจรรยาบรรณ ซึ่งหมอทุกคนต้องอยู่บนพื้นฐานนี้ แล้วจรรยาบรรณที่ดีคือจรรยาบรรณบนความซื่อสัตย์ พอเพียง ไม่โลภ ถ้าทำให้ดียังไงหมอก็ไม่มีคำว่าจน แต่หมอที่ดีมาก ๆ จะไม่มีคำว่ารวย (ยิ้ม) คือไม่รวยเงินแต่รวยความสุข

การจะประกอบอาชีพให้ประสบความสำเร็จในแบบที่อยู่ได้อย่างมีความสุขคืออะไรคะ
คนจีนทุกคนประสบความสำเร็จได้เพราะอยู่บนพื้นฐานของคำว่าซื่อสัตย์ และต้องดูแลผลประโยชน์ของลูกค้า ต้องรู้ว่าลูกค้าหรือคนไข้เขาจะได้อะไรจากเราไป สมมุติเขามาแค่ 1 แต่เราทำให้เขา 10 ไม่มีที่คนไข้จะไม่กลับมา ทุกธุรกิจถ้าอยู่บนพื้นฐานความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ไม่มีคำว่าพังอยู่แล้ว แต่ถ้านักข่าวหรือสื่อคนไหนไม่มีจรรยาบรรณหรือหมอไม่มีจรรยาบรรณ ก็ไปไม่รอด


กว่าที่คนเราจะเดินทางมาถึงจุดที่ตัวเองพอใจในชีวิตเรื่องของปัญหาถือเป็นบททดสอบสำคัญ
การเหนื่อย การท้ออะไรก็แล้วแต่ ถ้าเรามีความรักที่จะทำ มันจะกลับมาได้เสมอ เหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง เราก็พัก เดี๋ยวมันก็ฟื้นมาใหม่ แล้วก็จะสามารถทำงานได้ต่อ สำคัญคืออย่ารู้สึกผิดกับตัวเอง จนกระทั่งเอาความเหนื่อยความท้อนั้นมาบอกว่าฉันไม่ทำอีกแล้ว ถ้าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูก ถ้าวันนี้ไม่สำเร็จ วันหน้าก็อาจจะสำเร็จได้

รู้จักการให้ ชีวิตที่ดีจะตามมาเอง
ไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนสามารถเป็นผู้ให้ได้หมด ให้แล้วจะมีความสุข คนได้มีความสุขแน่ ๆ เพราะคนที่ได้รับการให้จะรู้สึกอย่างหนึ่งขึ้นมาว่าเขานึกถึงเรา ไม่งั้นเขาไม่ให้เราหรอก ถ้าเหลือก็บริจาค เป็นเรื่องปกติ ทำไอติม ทำขนม ไปบริจาคเด็กเล็ก เด็กกำพร้าสังคมจึงจะอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องมีของเยอะแล้วถึงจะให้ยิ่งให้ยิ่งได้ คนให้มีความสุข คนรับก็มีความสุขครับ

อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1059 ปักษ์แรกมกราคม 2559
อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.