ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี สร้างความสำเร็จจากคำว่า ‘เชื่อ’

ว่ากันว่าคนเราถ้าทำสิ่งใดด้วยใจรัก และสามารถสร้างความยอมรับในผลงานหรือชิ้นงานนั้นจากผู้คนได้ ต่อให้ผ่านไปกี่วันกี่เดือนกี่ปี หรือแม้แต่ผ่านเป็นยุคสมัย ชื่อของคนคนนั้นกับสิ่งที่เขาทำด้วยใจรัก มันจะยังคงอยู่ให้หลาย ๆ คนนึกถึงได้อยู่เสมอ

กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี เป็นชื่อที่เอ่ยครั้งใด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อายุเกินเลข 30 เชื่อว่าภาพของผู้ชายรูปร่างสูง ดูอบอุ่น ที่มาพร้อมกับเสียงร้องนุ่ม ๆ เป็นเอกลักษณ์มักจะเป็นภาพแรกที่นึกถึงเสมอ แม้ช่วงที่ผ่านมาจะห่างหายจากการทำงานเพลงไประยะหนึ่งก็ตาม แต่เขายังมีบทบาทที่หลากหลายออกมาเป็นผลงานให้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น นักแสดง พิธีกร (ล่าสุดมีงานเขียนหนังสือออกมา 1 เล่ม) และนั่นทำให้หลายคนมีภาพจำใหม่เกี่ยวกับชื่อนี้ ที่เราไม่ได้รู้จักกันดีแค่การเป็นนักร้อง แต่เขายังเป็นนักแสดง เป็นพิธีกร แน่นอนว่าเขายังคงดูเป็นผู้ชายร่างสูงมาดอบอุ่นในชีวิตจริง แม้ในหลายบทบาทการแสดงจะเปลี่ยนไปก็ตาม

งานที่ทำอยู่ตอนนี้ มีผลงานอะไรบ้างคะที่เราจะได้ติดตามกัน
ละครที่ถ่ายเสร็จไปแล้วมี สุดร้ายสุดรัก แผนร้ายลงท้ายว่ารัก และ ปดิวรัดา ส่วนที่กำลังถ่ายทำอยู่มี  เรื่อง คือบ่วงอธิษฐาน สายลับรักป่วน แล้วก็มีพิธีกรเดอะ ว้อยซ์ มีงานเขียนหนังสือ และมีซิงเกิ้ลเพลงล่าสุดออกมาหลังจากหายไปจากอัลบั้มล่าสุดประมาณปี 2547 คือชุด มาร์กับวีนัสที่ทำกับ กบ-เสาวนิตย์ ประมาณ 11 ปี หายไปเพราะเราไม่มีสังกัดไม่มีค่ายแล้ว และทำงานอื่นจนเพลินด้วย มันก็ลืม ๆ เรื่องการทำซิงเกิ้ลใหม่ไป แต่ระหว่างทางไม่ได้ทิ้งเรื่องร้องเพลง เพราะยังมีงานร้องเพลงอยู่เรื่อย ๆ เรื่องงานเพลงถามว่ามีแฟนเพลงถามไหม ก็มีครับ ถามจนเลิกถามก็มี (ยิ้ม)

อะไรคือจุดที่คิดว่าต้องเป็นจังหวะนี้ที่พร้อมแล้ว
เริ่มตั้งแต่เข้ามาทำพิธีกรเดอะ ว้อยซ์ ได้เห็นนักร้องใหม่ ๆ มาแข่งกัน ได้เห็นโค้ชแสดงความสามารถต่าง ๆ นานา ก็มาคิดว่า เอ๊...แล้วเรามัวทำอะไรอยู่ เริ่มคิดว่าถึงเวลาแล้วละ กลับมาถามตัวเองต่ออีกว่า ถ้าไม่มีค่ายแล้วจะเอาตังค์ที่ไหน หรือร้องเพลงฟรีสัก 6 เดือนก็น่าจะได้ทุน หมายความว่ารับงานมาเป็นต้นทุน คิดเสียอย่างนี้ คือทำงานสักพักหนึ่งแล้วเก็บตังค์ ก็น่าจะทำเพลงเองได้ แล้วระหว่างนั้นได้เจอกับคุณต๋อง วง เดอะ บีกินส์ เขาเป็นมิวสิกไดเรกเตอร์ให้ที่เดอะ ว้อยซ์ แล้ววงของเขาก็เล่นแบ็กอัพอยู่ในรายการ ก็เลยคุยกัน ซึ่งเขายินดี เพราะเขาก็โตมากับเพลงของผมด้วย แต่เราทำงานกันแบบเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องมีขีดเวลาว่าต้องเสร็จตอนนั้นตอนนี้ ระหว่างการทำงาน เราคุยกันในรายละเอียดพอสมควร เริ่มจากทำโจทย์กันออกมา 2 เพลง คือเป็นขาวเพลงหนึ่ง เป็นดำเพลงหนึ่ง คือเป็นเพลงรักที่ดีเพลงหนึ่ง เป็นเพลงรักเสียใจเพลงหนึ่ง

การทำงานเพลงแบบไม่มีค่ายในยุคนี้เป็นอย่างไรบ้าง
จริง ๆ ถ้าในแง่ของการทำงานเพลงผมว่ามันง่ายขึ้น แต่ด้วยความที่ไม่มีค่ายมันก็เลยยากขึ้น ง่ายขึ้นในแง่ของการผลิตมากกว่า การทำอะไรต่าง ๆ นานา มันมีเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ถือว่าการทำงานสมัยนี้ช่วยเรามหาศาล ทำให้การทำงานทุกอย่างมันเร็วและถูกลง ค่าผลิต มิวสิกวิดีโอ ห้องตัด ทุกอย่างง่ายขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง แต่สิ่งที่ยากขึ้นคือ ตังค์ไม่ได้ (หัวเราะ) อันนี้แหละคือปัจจัยสำคัญ ในเมื่อตลาดเป็นอย่างนี้ ผมถึงรู้แล้วว่าทำไมค่ายไม่ทำ พอมาทำเพลงเอง ดูตลาดเอง ผมเข้าใจเลยครับว่าทุกวันนี้มันขายไม่ได้จริง ๆ มีแต่ดาวน์โหลดฟรี ทั้ง ๆ ที่แค่ 30 บาท ข้าวกะเพรายังตั้ง 35 บาท อิ่มแป๊บเดียว พรุ่งนี้ก็อึแล้ว แต่โหลดเพลงอันนี้อยู่ในคอมพ์เป็นชาติ (ยิ้ม)

เป็นคนที่ชอบการร้องเพลงมาก่อน แล้วมาตอบตัวเองได้ตอนไหนว่าเป็นเราทั้งนักร้องและนักแสดง
ผมได้เจออาจารย์ดีด้วย ได้เรียนการแสดง ได้เรียนการร้องเพลง ได้เรียนการใช้เสียงว้อยซ์เทรนนิ่งกับหม่อมน้อย ทำให้รู้ว่าจริง ๆ เป็นศาสตร์และศิลปะที่ใกล้เคียงกันมาก มันมีคีย์เวิร์ดง่าย ๆ แต่ทำยากมาก คำหนึ่งสำหรับศาสตร์นี้ก็คือเชื่อ การแสดง การเล่นละครมันต้องเชื่อ การร้องเพลงก็ต้องเชื่อ หม่อมจะสอนตั้งแต่เด็กเลยว่าถ้าเราเล่นแล้วเราไม่เชื่อ คนดูก็ไม่เชื่อ ถ้าเราร้องเพลงแล้วเราไม่เชื่อคนฟังก็ไม่เชื่อ เท่านั้นเอง แต่โอเควิธีการสื่อสารมันอาจจะต่างกัน การร้องเพลงในแต่ละสถานที่อาจจะแตกต่างกัน มันอยู่ที่สถานการณ์ ส่วนการเล่นละคร เล่นละครเวทีหรือเล่นภาพยนตร์ก็ตาม จะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไปอีก แต่ทั้งหมดมาจากรากฐานคำเดียวกันคือคำว่าเชื่อ แต่มันจะเชื่อยาก แค่นั้นเอง

คนที่อยู่มานานในระดับหนึ่ง เรื่องชื่อเสียงยังเป็นสิ่งหอมหวาน
คนที่ทำงานแล้วมีชื่อเสียง มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ฝรั่งเคยออกหนังสือชื่อประมาณ ไวรัส ออฟ อาร์ติสท์ เขาหมายถึงอาร์ติสท์ทุกแขนงเลยนะครับ มันจะมีไวรัสของมันอยู่ มันจะมีเรื่องลืมตัว ความฟุ้งเฟ้อ ยาเสพติด ชื่อเสียงเป็นเรื่องหอมหวานมาก เพราะฉะนั้นต้องอยู่อย่างระวังไวรัสชนิดนี้ ผมมองการทำงานตรงนี้ว่ามันคืออาชีพ ซึ่งถามว่าเวลามันดัง แน่นอนมันหอมหวาน มันเพลิดเพลิน แต่เวลาไม่มีงานมันก็เหวอ ผมจึงมองสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ว่ามันคืออาชีพหนึ่ง เราอยากทำให้มันเป็นอาชีพหรือเปล่า แล้วถ้าเราจะยึดถือมันเป็นอาชีพ เราต้องทำยังไงล่ะ มันก็มีขั้นตอน 1-2-3-4 อยู่แล้ว
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1058 ปักษ์หลังธันวาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.