คุยนอกจอ กับ นางเอกสะใภ้จ้าว กำลังสนุกสนาน สำหรับละคร สะใภ้จ้าวที่ออกอากาศทางช่อง 3 อยู่ในช่วงนี้ ละครย้อนยุคที่ได้นักแสดงตาสวยอย่าง น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มารับบทนางเอกประกบกับพระเอกสุดหล่อ โป๊ป-ธนวรรธน์ ในบทบาทของสาวน้อยสาลิน ที่มีคาแรกเตอร์ฉลาด ร่าเริง สดใส เชื่อว่าถูกใจแฟนคอละคร

น้ำตาลผ่านงานละครมา 5 เรื่อง ใครที่เป็นแฟนละครจะเห็นถึงการพัฒนาที่เติบโตในการแสดงได้อย่างชัดเจน ขวัญเรือนไม่รอช้า นัดหมายมานั่งเป็นแขกรับเชิญให้แฟนคลับแฟนละครได้ชื่นใจกันทันที แม้ช่วงนี้น้ำตาลจะหนักทั้งงาน หนักทั้งเรียน แต่เธอยังมาพร้อมความน่ารักที่ส่งมาให้เราได้สัมผัสถึงความสดใส ยิ่งถ้าใครมีโอกาสได้พูดคุยกับตัวจริงเสียงจริงด้วยแล้ว ต้องบอกว่าความน่ารักของน้ำตาล อาจจะทำให้คุณตกหลุมรักนางเอกคนนี้ได้ไม่ยาก

บทบาทสาลินในละครสะใภ้จ้าว กำลังเป็นที่ถูกพูดถึงตอนนี้
รู้สึกตื่นเต้นสำหรับละครเรื่องนี้ เพราะเป็นละครพีเรียดเรื่องแรกของตาลค่ะ ในเรื่องรับเป็นสาลินเป็นน้องสาวของน้องณิชา (ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์) สาลินจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีความคิดที่ทันสมัยกว่าผู้หญิงในยุคนั้น เช่น ต่อต้านการคลุมถุงชน หรือมีความเชื่ออะไรที่คล้อยตามผู้ใหญ่ทุกอย่าง เป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ร่าเริง สดใส กิมมิคเรื่องนี้คือเรื่องของการจับคู่ เป็นการสลับคู่กันไปมาระหว่างคู่ของสาลินกับพี่สาว เป็นความท้าทายสำหรับตาลค่ะ เพราะเล่นละครมา 5 เรื่องยังไม่มีบทบาทไหนที่ซ้ำกันเลย พอมาสะใภ้จ้าวเป็นพีเรียดเรื่องแรกก็ค่อนข้างที่จะตั้งใจและพยายามศึกษาตัว ละคร และพยายามศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยนั้นว่าเป็นยังไง ถามคุณแม่บ้าง แต่คุณแม่ก็ไม่ค่อยทัน ต้องถามรุ่นคุณย่า (ยิ้ม) รับรองว่าเป็นละครที่ดูได้ทุกเพศทุกวัย เชื่อว่าหลายคนดูไปจะอมยิ้มไป เพราะเป็นละครที่อบอุ่น ดูแล้วฟีลกู๊ดแน่นอนค่ะ

มองพัฒนาการในการทำงานของตัวเองปัจจุบันเป็นอย่างไรคะ
ถ้านับจุดแรกจากเรื่องแรกถือว่าค่อนข้างยังเป็นเด็กใหม่อยู่ มาถึงตอนนี้ถือว่าโตมาอีกระดับหนึ่งแล้ว เพราะตอนละครเรื่องแรกคือตาลยังใหม่ อาจจะยังไม่รู้อะไรสักเท่าไหร่ ตอนนั้นตาลเรียนคณะศึกษาศาสตร์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานแสดงเลย แล้วตาลยังไม่รู้ว่าการแสดงคืออะไร ตาลเล่นละครเรื่องแรกต้องไปเรียนการแสดงกับครูสอนแอ็กติ้ง ยังไม่เข้าใจว่าการที่เราต้องเป็นอีกคนหนึ่ง มันจะต้องเป็นยังไง คือเราพยายามคิดในรูปแบบที่เป็นน้ำตาล ไม่ได้คิดในรูปแบบที่เป็นตัวละคร แต่ ณ เวลานี้พอคิดและจับตัวคาแรกเตอร์ละครได้ เราจะสามารถเป็นตัวละครนั้นได้ค่ะ

เล่าเรื่องเรียนนิเทศศาสตร์หน่อย
สนุกมาก ๆ ค่ะ ตอนนี้รู้สึกว่าได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำงานไปด้วยและชื่นชอบกับมัน ด้วย ทำให้รู้สึกว่าเข้าคู่กันได้ ยิ่งตอนนี้เรียนสายภาพยนตร์ ได้กำกับฯ ได้สร้างหนังจากตัวหนังสือ ดูได้จริง เล่าเรื่องได้จริง รู้สึกภูมิใจมาก จะแตกต่างกับงานเบื้องหน้าเลย เพราะการอยู่เบื้องหน้าจะทำหน้าที่ของการเป็นนักแสดงถ่ายทอดบทบาทตัวละครตัว นั้นออกมาให้ดีที่สุด เราอาจจะไม่ได้รู้ว่าเบื้องหลังเขามีวิธีการทำงานกันยังไง แต่พอมาเรียนตรงนี้รู้เลยว่าการเป็นคนเบื้องหลังเหนื่อยกว่ามาก ทำให้ตาลเข้าใจทีมงานเลยว่าเราเป็นนักแสดง เราแค่ไปเข้าฉาก รับผิดชอบเฉพาะบทตัวเอง เข้าฉากเสร็จ มานั่งพักได้ แต่ช่างไฟ ช่างกล้องผู้กำกับฯ ทีมงานทุก ๆ ฝ่ายเขาจะต้องอยู่ทุกฉากจนหมดเวลา ทำให้เข้าใจทีมงานอย่างดีเลย

นับจากผลงานเรื่องแรกถึงวันนี้ วงการบันเทิงสำหรับน้ำตาลเป็นอย่างไร
วงการบันเทิงทำให้ตาลโตขึ้นในหลาย ๆ ก้าว เพราะในแต่ละวันต้องปรับตัวตลอด เพราะว่าอาชีพในวงการบันเทิงทำให้เราได้เจอผู้คนที่หลากหลาย เราได้เรียนรู้คนตลอดเวลา ได้เจอทั้งคนที่ดีและคนที่ไม่ดี เจอทั้งคนที่รักเราจริง ๆ หรือคนที่หวังแค่ผลประโยชน์ ตาลคิดว่าการใช้ชีวิตอยู่ในวงการบันเทิงขอแค่ว่าให้เรามีสติและไม่ลืมตัวตน ว่าเราเป็นใคร เรามาจากไหน วันนั้นเราเคยเป็นใคร วันนี้เราเป็นนักแสดง เราไม่ได้มีสิทธิพิเศษอะไรที่เหนือคนอื่น เราก็คือน้ำตาลคนเดิมค่ะ
  • อ่านบทสัมภาษณ์เพิ่มเติมได้ในคอลัมน์แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1055 ปักษ์แรกพฤศจิกายน 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.