“เวลาทำอะไรต้องรู้ให้จริง” วิริยะ พึ่งสุนทร เจ้าของ Nature Touch แบรนด์ไทย เรียนรู้ธุรกิจจากประสบการณ์จริง     ย้อนกลับไปวัยเด็กของคุณวิริยะ พึ่งสุนทร วันนั้น...ชีวิตที่คลุกคลีอยู่กับเรื่องของกลิ่นมาตั้งแต่เยาว์วัย เนื่องจากมีคุณทวดเป็นหมอยาสมุนไพรไทย อาจจะไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเขามากไปกว่าความคุ้น เคยชินกับกลิ่นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามวิถีของครอบครัว แต่วันหนึ่ง...เขาพบว่าสิ่งที่เขาคลุกคลีตลอดช่วงชีวิตในวัยเด็กนั้น กลับทำให้เขากลายเป็นคนที่มีภูมิความรู้ในเรื่องของกลิ่นเป็นอย่างดี บวกกับการเป็นคนที่ทำอะไรต้องรู้ให้จริง ช่วงหนึ่งเขาได้ไปศึกษาศาสตร์ความรู้ เรื่องของกลิ่น เรื่องของน้ำหอม ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการปรุง การแยกกลิ่น การสกัด ฯลฯ ณ เมืองกลาสส์ ประเทศฝรั่งเศส กับกูรูนักผสมกลิ่นที่มีชื่อเสียงของที่นั่น
    เมื่อประสบการณ์วัยเยาว์ผสมกับการความตั้งใจใฝ่หาศาสตร์ความรู้ วันนี้เขาเป็นเจ้าของสินค้ากว่า 300 รายการ กว่า 20 คอลเลกชั่น รวมกว่า 120 กลิ่น ภายใต้แบรนด์ Nature Touch ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะในระดับโลก แต่กว่าจะมีวันนี้ ความสำเร็จที่เกิดขึ้นล้วนต้องผ่านเรื่องราวให้ต่อสู้
    --พบกับเรื่องราวที่ให้ข้อคิดจากเจ้าของแบรนด์ไทยที่นำธุรกิจก้าวไกลไปสู่ตลาดโลกได้อย่างสวยงาม ในหน้าถัดจากนี้...

เนเจอร์ ทัช เป็นแบรนด์ที่สร้างชื่อในหลายประเทศอย่างโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส รถไฟท่องเที่ยวระดับ 6 ดาว (สายเอเชีย) ก็ใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์นี้ด้วย
ผู้บริหารของโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เขาเคยใช้สินค้าเราจริง ๆ เขามีแบรนด์ที่ใช้ในโอเรียนท์ เอ็กซ์เพรส เป็นแบรนด์ดังของฝรั่งเศส แต่เขาชอบของเรา เขาเลยคิดว่าจะทำยังไงให้จีเอ็มคนอื่น ๆ ยอมรับ เขาจึงนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาเรียงแล้วให้ทำการทดสอบโดยใช้วิธีปิดตาเพื่อทดสอบกลิ่น แล้วให้ลงคะแนน เราได้คะแนนเป็นอันดับ 1 เพราะกลิ่นของเราเป็นยูนิเซ็กซ์ ผู้หญิงก็ใช้ได้ ผู้ชายก็ใช้ได้ ส่วนในเมืองไทยโรงแรมที่ให้โอกาสในการใช้สินค้าเราตั้งแต่เปิดบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้ คือโรงแรมดุสิต เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวของคนไทยที่ใช้ของของคนไทย แล้วฟีดแบ็กจากลูกค้าดีมาก อย่างที่บอกกลิ่นจะยูนีคมาก ๆ เพราะเป็นกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมดุสิต เราทำให้เฉพาะที่นี่ ไม่มีที่ไหนมีกลิ่นนี้

มีวิธีอะไรที่ทำให้สินค้าได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติ
...คุณภาพตรงนี้ผมสู้เขาได้ แต่ผมสู้เขาไม่ได้อยู่อย่างเดียว คือแบรนด์เราไม่ดังเท่าเขาเท่านั้นเอง แล้วผมมั่นใจว่าเมื่อลูกค้าได้ใช้จะต้องเป็นแฟนคลับของเราแน่นอน แต่ถ้ามันไปวางอยู่ในห้าง ลูกค้าก็ไม่มีโอกาสได้ใช้ ถูกไหม ใครจะมาเทสต์แชมพู เทสต์เจลอาบน้ำได้ยังไง อย่างดีก็ดูแพ็กเกจจิ้งดมกลิ่น หอมดีแต่ไม่ได้ใช้ มันก็เป็นโจทย์กลับมาหาผมว่าแล้วจะทำยังไงให้คนได้ใช้ ผมจึงหาลู่ทางเพื่อเอาเข้าโรงแรม ได้ใช้แน่นอน ผมทำขวดเล็กขายโรงแรม 4 ดาว 5 ดาว โดยขายในราคาเกือบจะต้นทุนเลย เพราะอยากให้คนได้ลองใช้ ประสบความสำเร็จมาก ลูกค้าได้ใช้ของ คนที่เขาชอบก็จะถือขวดเล็กลงมาถามข้างล่างว่าซื้อที่ไหน นี่คือสิ่งที่เราทำ เป็นการทำธุรกิจที่ผมอาจจะมองไม่เหมือนคนอื่น เพราะว่าเราจะไม่โฆษณาในห้าง ไม่ลงแมกกาซีนเยอะแยะ คิดว่าทำแบบนี้เข้าถึงคนใช้มากกว่า

ปัจจุบันถือว่ามาถึงจุดที่พอใจกับการสร้างธุรกิจวันนี้อย่างไรคะ
ผมไม่ได้หวังว่าจะต้องร่ำรวยมหาศาล การทำธุรกิจหัวใจเลยคือเรื่องความซื่อสัตย์ ต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองด้วย กลิ่นตัวนี้แพงมาก แต่ลูกค้าชอบขณะเดียวเขามีบัดเจ็ทแค่นี้ ถ้าผมบอกว่าทำได้ โดยผมใช้กลิ่นสังเคราะห์มาผสม ลูกค้าก็ไม่รู้หรอก แต่เราไม่ทำเพราะนี่คือซื่อสัตย์ การทำธุรกิจหวังเอาแต่กำไรไม่ใช่แนวทางของผม ซึ่งพอถึงบั้นปลายผมไปซื้อที่ทางอยู่ต่างจังหวัด ปลูกสมุนไพร ปลูกผักออร์แกนิก ที่บริษัทก็ให้ลูกน้องดูแลกันไป เพราะการบริหารคนของผมจะไม่เหมือนกับที่อื่น เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น เราอยู่กันเหมือนพี่น้อง น้อยมากที่มีคนออก ส่วนใหญ่จะอยู่กันนาน ๆ วันหนึ่งข้างหน้าผมก็ต้องเกษียณ ในขณะที่พวกเขายังต้องอยู่ เพราะฉะนั้นให้เขาดูแลซึ่งกันและกัน วิธีการที่จะทำให้เขาอยู่กับเราไปนาน ๆ ทำยังไงผมก็ต้องดูแลเขาก่อน ผมตั้งกองทุนขึ้นมาก้อนหนึ่ง ตัดมาจากยอดขายทุกเดือน แบ่งทุกคนเท่ากันหมด ตั้งแต่จีเอ็มยันแม่บ้านและคนขับรถ

ทำมาหลายอย่าง สุดท้ายกลับเติบโตในสิ่งที่คลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก
ผมว่ามันเป็นดีเอ็นเอของผมนะ (ยิ้ม) ไปทำอะไรมาตั้งหลายอย่าง ไม่ใช่สักอย่าง เหมือนสิ่งที่ผ่านมาเป็นบททดสอบเรา แต่เป็นประสบการณ์ที่ดี วันนี้ถ้าคุณจะเลือกทำธุรกิจ ขอให้ทำในสิ่งที่รัก สิ่งที่มั่นใจ สิ่งที่เป็นความถนัดและมีความชำนาญ หรือคิดว่าดีเอ็นเอของคุณคืออะไร ก็ไปตรงนั้น เหมือนผมจะไม่วอกแวกอีกแล้ว อยากทำอะไรก็ทำไป แต่คงไม่ทำเป็นอาชีพจริงจังแล้วครับ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ผมว่ามันบวกกันหลายอย่าง ต้องซื่อสัตย์ ขยัน อดทน และหมั่นเรียนรู้ นี่คือประเด็นใหญ่ ๆ ที่นำพามาถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ซื่อสัตย์ก็คงไม่มีวันนี้ ถ้าเรายังโลภมาก อยากได้กำไรมากขึ้น ๆ โดยลดคุณภาพลง มันก็จะทำให้เราไม่สามารถมาถึงวันนี้ได้อีกเหมือนกัน อีกเรื่องคือต้องหมั่นหาความรู้ หมั่นดู มีนวัตกรรมอะไรใหม่ ๆ เข้ามา ไม่งั้นเราจะล้าสมัย ไม่ขยัน ไม่ตั้งใจ ไม่อดทน ไม่ต่อสู้ ก็ไม่มาถึงอีกเหมือนกัน
  • อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในคอลัมน์เปิดใจสนทนา ฉบับที่ 1053 ปักษ์แรกตุลาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.