ผู้ชายมากความสามารถ นาวิน เยาวพลกุล นาวิน ต้าร์ เชื่อว่าเป็นชื่อที่คุ้นหูหลาย ๆ คนมากกว่าชื่อ-สกุล นาวิน เยาวพลกุล ชื่อที่เรียกสั้น-กระชับนี้เริ่มต้นในยุคหนึ่ง ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีในฐานะนักร้องวัยรุ่น วันนี้เขายังคงเป็นนาวิน ต้าร์ ที่หลายคนยิ่งจดจำเขาได้ดี ล่าสุดคือผลงานภาพยนตร์ คนอกหัก Love H2O ที่จะทำให้หลายคนประทับใจกับงานแสดงของเขาอีกครั้ง และไม่ว่าจะงานวงการบันเทิง งานภาควิชาการ และไลฟ์สไตล์อย่างไตรกีฬากิจกรรมที่เขาชอบ ทั้งหมดคือตัวตนของผู้ชายคนนี้ ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเกิดขึ้นได้ เพราะเขาทำมันอย่างใช้หัวใจจริง ๆ

นอกจากงานแสดง ยังมีงานสอนหนังสือด้วย (คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)
งานสอนคืองานหลักครับ จริง ๆ ก็แบ่งเวลาเท่าที่มีครับ จะเห็นว่างานบันเทิงของผมก็ไม่ได้เยอะ นาน ๆ ก็โผล่มาที รับเพราะอยากจะทำซึ่งภายใต้การมีเงื่อนไขเสมอ ไม่ได้รับงานแสดงเพื่อหวังจะหาเงิน เพราะฉะนั้นเวลาต้องเหมาะ งานเราต้องชอบ และทำงานกับคนที่ทำด้วยแล้วเราสบายใจ ถ้านอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องรับ เพราะไม่ได้สะสมความดัง ไม่ได้สะสมเงินทอง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมองเรื่องเหล่านั้นอยู่แล้ว ถ้าจะนิยมความมีชื่อเสียงและความดัง ผมจะไปเรียนต่อเมืองนอกทำไมตั้ง 9 ปี แล้วไปในช่วงที่ดีที่สุดด้วย คิดว่าถ้าอะไรจะเป็นไปก็ปล่อยให้มันเป็น เลือกโฟกัสกับเรื่องที่ตัวเองควบคุมได้ดีไหม

ภาพที่หลายคนมองนาวิน ต้าร์ ก็คือความเป็นคนเก่งทั้งเรื่องเรียน เรื่องกีฬา
ผมไม่เคยมองว่าตัวเองเก่ง ไม่รู้ว่าตัวเองเก่งเป็นยังไง รู้แค่ว่าทำได้หรือไม่ได้ รู้แค่ว่าจะทำหรือไม่ทำ แค่นั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องกีฬา ทุกอย่างที่ทำมาจากพื้นฐานอย่างเดียวเลย คือถ้าจะทำอะไรและเห็นอะไรอยู่ข้างหน้าจะใช้ความมุมานะ ใช้ความพยายาม ใช้ความตั้งใจ เพื่อให้ไปถึงตรงนั้น แล้วต้องสนุกกับทุก ๆ ขณะที่ทำ เท่านั้นแหละ จะบอกว่านาวิน ต้าร์ดูทำได้ทุกอย่าง ดูเก่งไปหมด จริง ๆ แล้วตัวเองไม่เคยคิดอย่างนั้นนะ เพราะมีเยอะมากที่ผมก็ทำไม่ได้ และไม่มีทางทำได้ด้วย แต่ที่เห็นทุกวันนี้คือสิ่งที่ผมรู้ว่าตัวเองชอบ เราตั้งใจและทำได้ เราก็ทำ ถามว่าผมทำอะไรได้ทุกอย่างไหม ไม่ใช่ครับ สิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ผมไม่ได้มีทางเลือกเยอะนะ (ยิ้ม) จับผมไปตีแบด ตีเทนนิส ผมตีแพ้เขานะ

ที่ผ่านมาทั้งเรื่องเรียน เรื่องกีฬา มีช่วงที่รู้สึกแย่ ๆ ที่ต้องผ่านมาให้ได้ไหมคะ
มีครับ อย่างช่วงทำปริญญาเอกท้อไม่รู้กี่ที มันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมนับถือคนที่ทำปริญญาเอกทุกคนที่ทำผ่านมาได้...จริง ๆ แล้วอุปสรรคเป็นเรื่องที่ทำให้เป้าหมายมีความหมาย เป้าหมายจะไม่มีความหมายเลยหรือความสำเร็จจะไม่มีอะไรเลย ถ้าไม่มีความยากหรือไม่มีอุปสรรคเกิดขึ้น ความหมายของความสำเร็จคือการที่ได้ผ่านอุปสรรค ถ้าทุกอย่างเป็นเส้นทางที่เดินได้ง่าย ๆ เดินไปตรงไหนก็ถึง อย่างนั้นอาจจะไม่เรียกเป้าหมาย หรืออาจจะไม่เรียกว่าความสำเร็จ
  • คอลัมน์แขกรับเชิญ ฉบับที่ 1050 ปักษ์หลังสิงหาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.