‘สายตาสั้นเทียม’ โรคของเด็กยุคสมาร์ทโฟน
          ทราบไหมคะว่าการตรวจรักษาตาในเด็กของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ที่มีกว่า 500 คนต่อเดือนนั้นพบว่ามีเด็กร้อยละ 50 ทีเดียวที่เป็นสายตาสั้นเทียม...ซึ่งหัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อธิบายว่าการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจะมีลักษณะการใช้สายตาในการเพ่งมองใกล้มากกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ จนเกิดภาวะที่เรียกว่า ‘ตาเพ่งค้าง’ ที่อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว ตาพร่าได้ หรือที่เรียกว่า ‘สายตาสั้นเทียมชั่วคราว’ ซึ่งขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและภาวะของแต่ละคนด้วย...ปัญหาคือพ่อแม่มักพาเด็กไปตัดแว่นที่ร้านเพราะเข้าใจว่าลูกสายตาสั้น แต่จริง ๆ แล้วอาจไม่ใช่สายตาสั้นเทียมบางรายเกิดแค่ไม่กี่นาทีก็หาย บางคนเป็นวัน ทำให้เมื่อสวมใส่แว่นตาแล้วมีอาการปวดสายตา และส่งผลเสียต่อตาในที่สุด โดยวิธีการตรวจว่าเป็นสายตาสั้นเทียมหรือไม่ ต้องมีการหยอดยาลดการเพ่ง เพื่อปรับสายตาให้คงที่แล้วจึงวัดค่าสายตาว่ายังปกติอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพียงสายตาสั้นเทียม ซึ่งหากเป็นร้านแว่นจะตรวจเช่นนี้ไม่ได้เพราะไม่สามารถหยอดยาดังกล่าวได้ เนื่องจากผิดกฎหมายการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สุดท้ายเด็กก็จะได้แว่นที่ไม่ตรงกับค่าสายตาจริง ดังนั้นจึงควรมาพบแพทย์
          ส่วนคำแนะนำเพิ่มเติมนั้นขอให้ผู้ปกครองควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือ วันธรรมดาควรให้เล่นไม่เกินวันละ 2 รอบ รอบละไม่เกิน 30-45 นาที จากนั้นให้พักสายตามองไปไกล ๆ อย่างน้อย 5-10 นาที วันเสาร์-อาทิตย์อาจให้เล่นมากขึ้นเป็น 3 รอบได้
  • คอลัมน์มุมสุขภาพ ฉบับที่ 1040 ปักษ์หลังมีนาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.