น้ำผึ้ง...หอมหวานและดีต่อสุขภาพ

: พญ.ลลิตา ธีระสิริ

นิยมกันว่า นิยามในเดือนแห่งความรักอันสวยงามหอมหวานนั้น เปรียบดั่งน้ำผึ้งไม่ปาน เอาละ เราจะมาดูกันว่าน้ำผึ้งที่อยู่คู่สังคมโลกมากว่า 2,700 ปีนั้นมีอะไรที่มากกว่าความหอมหวานมากน้อยแค่ไหน

ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าน้ำผึ้งเนื้อแท้ก็คือน้ำตาล เป็นน้ำตาลฟรุกโตสเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีกลูโคสและเดกซโตรสอยู่ด้วย น้ำตาลเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของน้ำผึ้งถึง 70% ดังนั้นการกินน้ำผึ้งก็คือการกินน้ำตาลดี ๆ นี่เอง ถึงแม้ว่าน้ำผึ้งจะเป็นยา น้ำผึ้งจะมีประโยชน์ คนที่เป็นเบาหวาน คนที่กลัวอ้วนพึงใช้น้ำผึ้งอย่างระมัดระวัง น้ำผึ้งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ และทำให้อ้วนขึ้นได้ด้วย

ปัจจุบันจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำผึ้งมีวิตามินโดยเฉพาะวิตามินซี และมีสารต้านอนุมูลอิสระคือ ไครซิน, พิโนแบงซิน, พิโนเซมบริน, คาตาเลส ทำให้ที่เชื่อกันมานานว่า น้ำผึ้งคือ ยาอายุวัฒนะ ใช้ชะลอความชราได้น่าจะมีส่วนจริง น้ำผึ้งยังมีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ มีสารมีไทล์ไกลโอซอล ทำให้ต้านอาการอักเสบและสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ ซึ่งทุกวันนี้ในวงการแพทย์จึงนิยมเอาน้ำผึ้งมาใช้ในการทำแผลติดเชื้อ ฯลฯ


สำหรับบทบาทต่อสุขภาพของน้ำผึ้ง ที่พอจะรวบรวมได้มีดังนี้

- น้ำผึ้งเป็นสารเพิ่มพลังงาน ทำให้กระปรี้กระเปร่า 
- น้ำผึ้งเป็นยาระบาย 
- น้ำผึ้งดีกับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน
- น้ำผึ้งช่วยระงับอาการของโรคภูมิแพ้
- น้ำผึ้งบรรเทาอาการหวัด
- น้ำผึ้งทำให้หลับสบาย
- น้ำผึ้งรักษาแผล
- น้ำผึ้งรักษารังแค 

ทั้งหมดนี้จะเห็นว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์หลากหลาย โดยเฉพาะใช้แก้ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุได้หลายเรื่อง จึงไม่แปลกที่โบราณกล่าวว่า น้ำผึ้งคือยาอายุวัฒนะและยิ่งไม่แปลกที่ความหอมหวานของน้ำผึ้งจะถูกนำมาเปรียบกับความหอมหวานของความรัก โดยเฉพาะความรักที่ยั่งยืน

  • อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ในคอล้มน์เพื่อชีวิตและสุขภาพ ฉบับที่ 1086 ปักษ์หลังกุมภาพันธ์ 2560

 


อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.