มาคาดาเมีย เสิร์ฟในงานเลี้ยง : พญ.ลลิตา ธีระสิริ
 
เดือนสุดท้ายของปี มักจะมีงานเลี้ยง หันมาหาอาหารคาวหวานจากมาคาดาเมียเลี่ยงความจำเจดีไหม...มาทำความรู้จักกับมาคาดาเมียกันก่อน
 
มาคาดาเมีย เป็นถั่วนัท หรือถั่วที่มีเปลือกแข็งชนิดหนึ่ง ที่ถือกันว่าเป็นราชาแห่งนัท เป็นไม้ที่มีพื้นถิ่นจากออสเตรเลีย ปลูกได้หลายประเทศ เช่น ฮาวาย อเมริกากลาง บราซิล และแอฟริกาใต้ สำหรับประเทศเรานำมาปลูกครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน โดยนำพันธุ์มาจากฮาวาย เดิมใช้เป็นไม้ประดับเพราะพุ่มต้นสวยงามและมีใบเงาเป็นมัน แต่ทุกวันนี้มาคาดาเมียได้รับการปรับปรุงพันธุ์ มีปลูกแพร่หลายในหลายแห่ง และสามารถเก็บผลผลิตมาขายในตลาดได้ ได้แก่เชียงใหม่ เช่นที่ฝาง เชียงดาว เชียงราย เช่นที่ดอยตุง เพชรบูรณ์ เช่นที่เขาค้อ และเลยที่นาแห้ว เป็นต้น เราจึงมีมาคาดาเมียในราคาที่พอซื้อหาได้มากินกัน
 
มาคาดาเมียเป็นถั่วนัทที่มีไขมันและโปรตีนมากกว่าถั่วเปลือกแข็งอื่น ๆ อย่างมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์ น้ำมันในมาคาดาเมียเป็นกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัวที่มีตำแหน่งไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่ง (monounsaturated fatty acid) สูงมากถึง 22% ส่วนโปรตีนมี 9% คาร์โบไฮเดรต 9% มีสารเส้นใย 2% เท่าผักและผลไม้ทั่ว ๆ ไป
 
นอกจากนี้มีเกลือแร่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม เซเลเนียม ธาตุเหล็ก วิตามินบี 1 บี 2 และบี 3 หรือที่เรียกว่าไนอาซิน และมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายตัว
 
อย่างไรก็ตามมาคาดาเมียให้พลังงานสูงมากสูงกว่าบรรดาถั่วนัททั้งหลายคือ มาคาดาเมีย 100 กรัม ให้พลังงาน 718 แคลอรี หากอากาศเย็นมาคาดาเมียจะเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่ถ้าเป็นหน้าร้อนอาจกินแล้วยิ่งร้อนหนักขึ้น
 
สำหรับประโยชน์ต่อสุขภาพของมาคาดาเมียพอประมวลได้ดังต่อไปนี้
1. แก้ผื่นแพ้ผิวหนัง
2. ป้องกันโรคหัวใจและอัมพาต
3. แก้อาการวัยหมดประจำเดือน
4. ใช้ควบคุมน้ำหนัก
  • อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ เพื่อชีวิตและสุขภาพ ฉบับที่ 1058

 
อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.