คนอยู่ในวงกลม : ความรุนแรงหยุดได้ด้วยสติ

เมื่อช่วงต้นกุมภาฯที่ผ่านมา กรณีวิศวกรยิงนักเรียน ม.4 กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ สื่อต่าง ๆ พากันเล่นข่าวนี้ และผู้คนในโลกโซเชี่ยลมีเดียก็ให้ความสนใจกันมาก วิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสารพัดสารพัน ส่วนหนึ่งใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และที่เห็นประจำคือการใช้ถ้อยคำประเภทเสียดสีเยาะเย้ย อ่านแล้วได้รับรสชาติเข้มข้นและผู้คนจำนวนไม่น้อยชอบอ่านกัน ต่อมาวิศวกรที่กลายเป็นผู้ต้องหาก็มีชื่อใหม่ว่า ‘ลุงวิศวกร’ ตอนแรกผมไม่ได้ตามข่าวข้างต้นก็สงสัยว่าลุงวิศวกรคือใคร บางข่าวรายงาน...เพื่อนผู้ตายประกาศจะล้างแค้นให้เพื่อน สิบปีไม่สาย ระหว่างที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับ ข่าวนี้คลายความร้อนแรงลงไปมากแล้ว แต่หลายเรื่องราวในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นบทเรียนให้ทุกคนได้หยิบมาพิจารณา

- - - - -

ในแต่ละวันมีข่าวต่าง ๆ คอยเป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้นะครับ เรียนรู้ว่าเรื่องใดบ้างที่อย่าไปทำหรือไม่ควรทำ เพราะทำแล้วจะทุกข์ ได้รับความเดือดร้อนเสียหายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วเรื่องทำนองนี้--การป้องกันไว้ก่อนมีประโยชน์สูงสุด และส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากหรือแก้ไขไม่ได้เลย นอกจากนั้นการมารู้สึกตัวทีหลังก็แทบไม่มีประโยชน์ใด ๆ เพราะความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว กรณีวิศวกรยิงวัยรุ่นนั้น เขาไม่ลืมหรอกว่าเคยยิงคนตาย และความผิดในใจก็จะติดอยู่อีกนาน ไหนจะคดีความต่าง ๆ ส่วนคนขับรถตู้และกลุ่มวัยรุ่นที่ร่วมก่อเหตุก็จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ชีวิตของพวกเขาไม่เหมือนเดิมแน่นอน ชีวิตเปลี่ยนไปเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำสิ่งที่ไม่ใช่ปัญหาให้กลายเป็นปัญหา ไม่ว่าจะสืบเนื่องมาจากความคึกคะนองหรืออะไรก็ตาม...แต่พวกเขาเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้แล้ว


บนโลกใบนี้มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นทั่วไป มีทั้งความรุนแรงที่อยู่ในการกระทำและคำพูด เวลามีการทะเลาะวิวาท ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากคำพูดก่อน ใช้คำพูดแรง ๆ เพราะความโกรธ คู่กรณีที่ฟังอยู่ก็พลอยโกรธไปด้วยและมักจะโต้กลับด้วยคำพูดที่รุนแรงเช่นกัน จากนั้นเมื่อคำพูดไม่รุนแรงเพียงพอ การใช้กำลังใช้อาวุธก็จะตามมา พอมีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้อง ความเสียหายจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้บาดเจ็บบ้าง ล้มตายบ้าง ถึงตอนนี้ สติอาจกลับมาแต่ก็สายเกิน เหตุการณ์เดินทางมาไกลแล้ว และความรุนแรงพาไปไกลเกินกว่าจะหวนกลับมายังจุดเดิม แต่เราสามารถยุติเรื่องร้าย ๆ ได้ก่อนที่มันจะเริ่มต้นด้วยการมีสติ


สติจะคอยบอกว่าอย่าไปแลก ให้ถอยห่างหรือหนีออกมา สถานการณ์ตรงหน้าอาจทำให้มีสติยาก แต่ถ้าได้สติแล้วถือว่าคุ้มค่า เป็นการยุติความรุนแรงก่อนที่จะเริ่มหรือเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน หากไม่ยุติในช่วงเวลาที่เหมาะสม เราไม่รู้เลยว่าจะมีสิ่งใดตามมาบ้าง ถึงกระนั้นก็คาดเดาไม่ยากว่าสิ่งที่ตามมาย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ดี และจะทำให้ความปกติของชีวิตหายไป สมมุติว่าทั้งวิศวกรและกลุ่มวัยรุ่นมองเห็นภาพเหตุการณ์ในอนาคต เห็นคนตาย ได้ยินเสียงปืน...พวกเขาคงยุติเรื่องราวทั้งหลายก่อนที่มันจะบานปลาย


อย่างไรก็ตาม ถ้ามีสติ--ไม่เห็นก็เหมือนเห็น แต่เมื่อขาดสติ--เห็นก็เหมือนไม่เห็น พอไม่เห็นโทษจึงปล่อยให้ความโกรธจูงมือไป ระหว่างนั้นมันก็สั่งให้เราทำในสิ่งที่ไม่ทำในเวลาปกติ ไม่เคยทุบตีใครก็ทำ ไม่เคยยิงใครก็ยิง และถ้าโชคร้ายกลายเป็นผู้ถูกกระทำ เราอาจบาดเจ็บหรือล้มตายได้ เรื่องทำนองนี้มองในมุมใดไม่เห็นความคุ้มค่าที่จะลงมือทำ


ข่าวเกี่ยวกับวิศวกรและกลุ่มวัยรุ่นที่มีเรื่องกันจะค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุด แล้วอีกไม่นานก็จะมีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นอีก แค่อ่านข่าวอย่างเดียวนะครับ...อย่าพาตนเองเข้าไปเป็นคนในข่าวเลย

 

  • อ่านบทความเพิ่มเติมได้ในฉบับที่ 1087 ปักษ์แรกมีนาคม 2560

 


อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.