เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค : ปีหน้าต้องดี ถ้ามีพลังใหม่

   : จินตนา บุญบงการ 

. . . . . .

ปลายปีนี้วันที่ 13 ตุลาคม คนไทยร้องไห้กันทั้งแผ่นดิน คนไม่รู้จักกันกอดกันร้องไห้ ปลอบกันไปมา เมื่อได้รับข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย เราเป็นชาวพุทธรับรู้และยอมรับความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของชีวิต มีเกิดแล้วก็ต้องมีการดับ แต่หัวใจจะขาดเมื่อทราบข่าว แน่นอนละพวกเราแน่ใจว่าพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทยจะทำให้พระองค์ยังสถิตอยู่ในใจของคนไทยตราบนิรันดร์ และเราก็แน่ใจว่าพระองค์จะไม่ทอดทิ้งประชาชนชาวไทยจะปกปักรักษาดูแลปวงชนชาวไทยอยู่บนสรวงสวรรค์ พระองค์จะคอยพระราชทานกำลังใจ และคอยส่งเสริมผู้ที่ทำสิ่งที่ถูกต้อง ผู้ที่ทำดี และพระองค์คงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนของพระองค์มีกำลังกาย กำลังใจ มุ่งหน้าดำเนินชีวิตให้มีความสุข ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป


พระองค์คงพระราชทานพรโดยปรานีมาจากสรวงสวรรค์ให้ปีหน้าปีไก่ ให้ไก่ได้ขันรับความสุขความเบิกบานสนุกสนานมากกว่าปีนี้แน่นอน รถไฟฟ้าจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น คนไทยจะมีความสุขความสบายมากขึ้น ฝนจะไม่แล้งและน้ำก็จะไม่ท่วม เพราะบทเรียนจากปีที่ผ่านมาทำให้คนไทยปรับตัว เตรียมตัว เตรียมใจ เมื่อคนไทยทุกคนทำได้ประเทศไทยในส่วนรวมต้องดีขึ้น

ต่อไปนี้เป็นวิธีการที่จะทำให้ปีหน้าดีกว่าปีนี้ เพื่อเป็นการทำความดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

 

ตั้งเป้าหมายความปรารถนาในปีหน้าให้ชัดเจน อะไรที่ต้องการให้ดีขึ้นต้องการเท่าไร อะไรที่แย่ที่เป็นปัญหาในปีนี้จะป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร เช่น ปีนี้น้ำท่วมบ้าน ปีหน้าจะยกระดับพื้นบ้าน หรือสร้างเขื่อนรอบบ้าน ถ้าปีที่แล้วน้ำแล้ง ปีนี้จะเพิ่มตุ่มน้ำไว้กักเก็บน้ำหรือปีนี้เงินไม่ค่อยพอใช้ ปีหน้าจะเลิกเล่นหวย ต้องคิดทบทวนว่าอะไรที่ต้องการแน่ ๆ และอะไรเคยเป็นปัญหาต้องการแก้ไขปรับปรุง

 

ต้องเขียนออกมาให้ชัดเจน ว่าจะได้ตามความต้องการนั้นต้องทำอย่างไร ฟังดูแล้วเป็นนักวิชาการมากเลยนะ แต่จริง ๆ แล้วต้องชัดเจนจึงจะทำได้ ถ้ายังงง ๆ มัว ๆ ก็จะทำไม่ได้ ต้องเอาสิ่งที่เขียนนั้นปะไว้ที่ตู้เย็นหรือในที่มองเห็นได้ชัด ๆ จะได้เตือนใจ เตือนความจำไม่ลืม ถ้าเป็นจำนวนเงินที่ต้องการก็จะต้องบอกว่า ต้องการเก็บให้ได้เดือนละเท่าไร ถ้าเป็นการลดน้ำหนักก็ต้องกำหนดว่าเดือนละกี่กิโลฯ บางคนชั่งน้ำหนักทุกวันเขียนไว้ชัด ๆ บนปฏิทิน ติดข้างฝาเลย

 

จดบันทึก หลาย ๆ คนใช้เวลาวันละ 5-10 นาทีต่อวันจดว่าวันนี้ทำอะไรโดยเฉพาะเรื่องที่เป็นเป้าหมายสำคัญในชีวิตบางคนเขียนบันทึกเพื่อความจำทั่วไป แต่คนที่เอาจริงจะต้องชัดเจนว่าสิ่งที่เป็นเป้าหมายนั้นได้ทำอะไรไปแล้วบ้างในแต่ละวัน ติดต่อใครไปแล้ว ก้าวหน้าไปเพียงใดแล้ว การจดบันทึกจะทำให้ได้เตือนความจำและทบทวนเรื่องสำคัญได้ด้วย


อ่านหนังสือดี ๆ ถ้าไม่อ่านเป็นหนังสือเป็นกระดาษ อ่านเป็น E-book หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อะไรก็ได้ เดี๋ยวนี้มีสิ่งดี ๆ ให้รับรู้ ให้เตือนใจ เตือนสติกันมากมาย อ่านว่าทำไมเขาจึงรวยกัน เขามีวิธีอย่างไร เอามาประยุกต์ใช้ได้ อ่านว่าเขามีคนรักมากมายได้อย่างไร เอามาลองทำตามดู มาปรับเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำดู ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อะไรที่เคยผิดทางไป อาจพบวิถีทางใหม่ ทำให้พัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น หนังสือขวัญเรือนนี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของหนังสือที่ดีมาก มีให้ความรู้ ความบันเทิง ทั้งครอบครัวอ่านได้ มีส่วนของเด็กเล็กอีกด้วย นี่เป็นวิธีการสร้างนิสัยการอ่านของเด็กที่ดี


หาตัวอย่างในชีวิต ของคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแบบอย่าง เช่น หัวหน้าชุมชน หรือเจ้าของร้านค้าลักษณะพิเศษ หรือการสร้างงานอดิเรกเป็นการสร้างรายได้เสริม ดูชีวิตจริงของคนจริง ๆ ชาวไทยก็ได้ ชาวต่างชาติก็ได้ แม้ว่าชีวิตของคนแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน 100% แต่วิธีการคิดหรือวิธีการปฏิบัติบางอย่างก็อาจลอกเลียนแบบกันได้ มีตัวอย่างเป็นเป้าหมายจะได้มีแนวทางให้ทำได้ชัดเจน ไม่ปล่อยใจปล่อยกายไปตามสบายจนลืมตัว เดี๋ยวเดียวก็หมดไป 1 วัน เดี๋ยวเดียวก็หมดไป 1 เดือน ตอนนี้เดี๋ยวเดียวก็จะหมดไปอีก 1 ปีแล้วนะ

. . . . . .

อ่านเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค ฉบับที่ 1082 ปักษ์หลังธันวาคม 2559


อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.