เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค : พระราชินีผู้รักษางานศิลปะ : จินตนา บุญบงการ

ฉันโชคดีมีบุญ เกิดมาทั้งทีได้มีโอกาสตามสามีเข้าไปในงานระดับชาติในทำเนียบรัฐบาล และเคยได้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ในการถวายพระพรเนื่องในวันครบรอบอภิเษกสมรสที่วังไกลกังวล หัวหิน งานระดับชาติขนาดจัดที่ทำเนียบรัฐบาล ฉันต้องแต่งชุดไทย ใช้ผ้าไหมไทย ผ้ายกเงินยกทองของไทย ถือกระเป๋าทำจากย่านลิเภา ถ้าเป็นงานที่พระราชทานพระราชานุญาตให้บุคคลผู้ใกล้ชิดเข้าเฝ้าที่วังไกลกังวล หัวหิน ฉันต้องใส่ผ้าไหมไทยตัดเย็บเป็นชุดสากลแบบสุภาพ ผ้าไหมไทยที่ฉันใช้ไม่ใช่ผ้าไหมพื้นเรียบ ๆ แต่มีการทอเป็นลวดลาย สวยงามด้วยตัวผ้าเอง

ในทุกงานที่ฉันแต่งชุดไทย ฉันจะมีความภาคภูมิใจมีความมั่นใจว่าฉันไม่ผิดแปลกจากคนไทยอื่น ๆ นี่คือชุดประจำชาติ เป็นชุดไทยพระราชนิยม ฉันเลือกตามความเหมาะสมของงาน ขนาดสะสวยอลังการแบบชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยจักรี ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยศิวาลัย มีโอกาสใช้น้อยมาก แม้ว่าจะสวยงามมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นภาพที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยทรง ว่าสวยงามจับตาจับใจ แต่คนน้อย ๆ อย่างฉันก็ตัดชุดไทยแบบไทยเรือนต้นใส่ไปทำบุญ ชุดไทยจิตรลดา เวลาออกงานก็งามสมฐานะ สมสภาพแล้ว

เวลาไปงานฉันก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไป จะมองคนนั้นคนนี้และสมองก็จะจดจำบันทึกความงามของเสื้อผ้า หน้า ผม เครื่องประดับ รวมทั้งกระเป๋ารองเท้าของผู้ร่วมงานที่ล้วนแล้วแต่จัดกันมาเต็มที่ในงานระดับชาติเช่นนี้ แน่นอนละปีต่อไปถ้ามีโอกาสได้ไปร่วมงานอีก ก็จะจัดเตรียมจัดหาผ้าผ่อนท่อนสไบไว้ตัดเย็บใส่ให้สวยงามเหมาะสมกับงาน ฐานะ และวัยต่อไป ไปเจอผ้าไหมทอยกใหญ่ครั้งต่อไปที่ไหนต้องซื้อเก็บเอาไว้ คงต้องเลือกสีให้สดสวยและแตกต่างจากที่มีอยู่แล้ว และต้องเหมาะสมกับเครื่องประดับที่มี

ฉันเคยคิดในใจไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่า ถ้าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสอเมริกาและยุโรปเมื่อ พ.ศ. 2503 และถ้าพระองค์ไม่ทรงคิดหาเครื่องแต่งกายประจำชาติให้ไทย โดยในครั้งนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ค้นคว้าเรื่องเครื่องแต่งกายในสมัยต่าง ๆ ขึ้นและดัดแปลงเป็นชุดไทยพระราชนิยม ผู้หญิงไทยไปไหนในโลกกว้างและในสังคมไทยเองจะหาชุดที่แสดงอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปได้อย่างไรหนา

ฉันจำได้ว่าพระองค์ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน เมื่อ พ.ศ. 2505 งามจับตาจับใจคนไทยทั้งชาติรวมทั้งคนไทยตัวน้อย ๆ อย่างฉัน พระองค์ทรงเป็นผู้นำในการแต่งกายแบบไทยอย่างแท้จริง แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานธรรมเนียมการแต่งกายของผู้หญิงไทยในราชสำนักโบราณให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างลงตัวและงดงามน่าชื่นชม แต่งได้งดงามสะดวกสบายมีแบบอย่างให้ตัดเย็บลอกเลียนแบบกันไปอย่างแพร่หลาย ใส่แล้วแน่ใจว่าไม่ดูด้อยน้อยหน้า โดยเฉพาะเมื่อตัดเย็บด้วยผ้าไทย

ด้วยสายพระเนตรที่แหลมคม มีความลึกซึ้งในความงามของผ้าเก่าภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านงานผ้า พระองค์ทรงประจักษ์ว่า คนในท้องถิ่นเรียนรู้ลวดลายผ้าสืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ “ผ้าคือการถ่ายทอดวัฒนธรรมของชาติ เป็นเรื่องที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้สืบสานรักษาเป็นลูกโซ่ต่อเนื่องกันไปกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่...” ฉันได้ศึกษาแล้วพบว่าพระองค์ทรงใช้ความเพียรพยายามอย่างหนักเพื่อจูงใจให้ชาวชนบทได้เห็นความสำคัญในภูมิรู้ของตนเอง รวมถึงการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้

ราคาผ้าไหมยกใหญ่ราคาชุดละหลายหมื่น แต่ถ้าไปเห็นวิธีการทอ กว่าจะได้มาแต่ละผืนต้องยอมจ่ายไปเลย ฉันคิดต่อไปอีกว่าราคาค่าผ้า ค่าตัดเย็บ แต่ละคนในแต่ละงานรวมกันมากมายหลายแสนบาท แต่เงินทั้งหมดที่จ่ายออกไปนี้ไปถึงคนไทยในชาติ ไปถึงชาวบ้านที่ถักทอผ้าอยู่ตามชนบท คนพวกนั้นได้ช่วยสืบสานวัฒนธรรมของชาติ ด้วยความเพียรพยายามอดทนอย่างหนัก ค่าหยาดเหงื่อแรงงานที่เราจ่ายออกไปเพื่อผ้าที่สวยงามสุดจะพรรณนานี้ นับว่าน้อยนิดมาก

และฉันก็คิดอีกว่า ถ้าเหล่าผู้หญิงไทยทั้งหลายในงานนี้ที่คงรู้ตัวดีว่าต้องมีโอกาสมาร่วมงานพระราชพิธีหรืองานใหญ่ระดับชาติอย่างนี้ แต่ไม่มีแนวทางไม่มีทิศทางในการแต่งกายให้เหมาะสม เพราะไม่มีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้นำในการแต่งกายแบบไทย พวกผู้หญิงไทยทั้งหลายรวมทั้งฉันด้วยคงต้องไปซื้อเสื้อผ้าจากต่างประเทศออกแบบโดยห้องเสื้อชั้นนำ (อาจไปซื้อตอนลดราคา) แล้วดูการแต่งกายของเหล่าดารา หรือผู้นำสตรีในโลกตอนออกงานบนพรมแดงกัน แล้วคงต้องยอมทุ่มเงินออกไปซื้อเสื้อผ้า รวมทั้งกระเป๋ามาแน่นอน เงินคงต้องออกนอกประเทศไปงานละหลายล้านบาททีเดียว

เพื่อนสนิทของฉันเห็นฉันผู้ขี้เหนียวยอมควักเงินออกจ่ายค่าผ้าไหมยกใหญ่ราคาเป็นหมื่น ด้วยความอยากรู้จริง ๆ ถามว่า “ชุดแบบนี้ใช้ปีละครั้ง ใช้ชุดเก่าไม่ได้หรือ?” ฉันตอบอย่างมั่นใจ “ไม่ได้ คนไปงานก็คนชุดเดิม จำกันได้หมด ต้องตัดชุดใหม่ เครื่องเพชรเครื่องประดับก็ต้องใหม่ด้วย” แต่แน่ใจลึก ๆ คิดว่า “ช่วยกันซื้อ คนทอจะได้มีกำลังใจทอต่อไป ไม่เช่นนั้นจะไม่มีเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ไทยเหลือ...”

คนไทยโชคดีมากที่มีสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้รักและรักษางานศิลปะ พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าคือการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน และการธำรงรักษาช่างฝีมือให้คงอยู่คู่ความเป็นไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันให้แก่ราษฎร

พระราชเสาวนีย์เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2532 “ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมือทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวนาชาวไร่หรืออาชีพใดอยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้”

แนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการก่อตั้งศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
“...การลงทุนในการอบรมวิชาชีพให้กับผู้ยากไร้ของศูนย์ฯ ถือเป็นการลงทุนให้กับสังคมและประเทศชาติเพื่อให้ผู้ที่จบออกไปแล้วสามารถมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ไม่สร้างปัญหาสังคม ไม่เป็นภาระผู้อื่น...”

อีกพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ “ข้าพเจ้าอยากเห็นชาวไร่ชาวนามีงานศิลปาชีพพิเศษเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเพื่ออนุรักษ์ศิลปะโบราณอันงามวิจิตรของคนไทยไว้ ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย งานศิลปาชีพจะดีเด่นเพียงไรก็อยู่ที่ความขยัน ความประณีต ศิลปะในการออกแบบและฝีมือในการประดิษฐ์ของช่างโดยเฉพาะ” พระราชดำริและพระราชดำรัสข้างต้นแสดงน้ำพระทัยแท้จริงของพระองค์ต่อคนไทย คนไทยโชคดีมากที่มีพระแม่ของแผ่นดินที่มีพระประสงค์จะส่งเสริมอาชีพราษฎร สอดประสานกับการรักษาและฟื้นฟูศิลปะพื้นบ้าน

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

แหล่งที่มาของข้อมูล :
• สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐด้านการพัฒนาอาชีพของประชาชน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (อาชีวศึกษา) 2556
• ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดพิมพ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555
• ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แผนกประชาสัมพันธ์, ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, ม.ป.ม. : ม.ป.ป.
  • คอลัมน์ เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค ฉบับที่ 1073 ปักษ์แรกสิงหาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.