เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค : ดูไม่แก่ลงเลย : จินตนา บุญบงการ
- - - - -
เมื่อไม่นานมานี้มีผลงานการวิจัยตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ International New York Time เป็นผลการศึกษาอัตราความแก่ของมนุษย์โดยใช้ชายหญิงรวม 954 คน ทุกคนถูกตรวจร่างกายอย่างละเอียดตอนช่วงอายุ 26, 32 และ 38 ปี เวลาผ่านไป คนแต่ละคนมีสภาพร่างกายเชิงชีวะไม่เท่ากัน แม้ว่าอายุจริงจะเท่ากัน
ต่อมาก็ต้องดูสาเหตุว่าทำไมคนบางคนจึงดูเด็ก คนบางคนจึงดูแก่ แม้ว่าอายุจะเท่ากันโดยเฉพาะเมื่อถึงจุดแก่ ผลที่ชัดเจนคือ คนมีโรคภัยไข้เจ็บจะดูแก่กว่าคนมีสุขภาพแข็งแรง

โรคภัยไข้เจ็บที่ทำให้แก่เร็วคือ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต โรคปอด

ผู้วิจัยให้คำจำกัดความของ ‘ความแก่’ ว่าคือความเสื่อมของหลายระบบการทำงานของอวัยวะ เขาได้นำเอาตัวชี้วัดความเสื่อมหลายตัว เช่น ระดับการเต้นของหัวใจ ระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเลือด จำนวนเม็ดโลหิตแดง การทำงานของไต การทำงานของปอด มากมายถึง 18 ตัว (ดูตัวอย่างได้ในใบตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งพอสูงอายุขึ้น คุณหมอผู้ดูแลอย่างใกล้ชิดก็จะสั่งให้ตรวจปีละ 2-3 ครั้ง บางคนมากถึง 6 ครั้งต่อปี และตัวที่ต้องตรวจวัดจะมีจำนวนมากถึง 20 กว่าตัว ตามความเสี่ยงของคนแก่แต่ละคน) ผลการวิจัยพบว่าปกติแล้วคนทั่วไปจะแก่ขึ้น 1 ปี ตามอายุที่เพิ่มขึ้น คือ BA=AG หรือแก่ตามเกณฑ์ แต่บางคนแก่ขึ้น 3 ปีของอายุเชิงชีวะต่ออายุจริง 1 ปี คือแก่เกินจริง และที่น่าสนใจคือบางคนอายุเชิงชีวะไม่เปลี่ยนแปลง เท่าเดิมตลอดระยะเวลาการทดลอง 12 ปี คือเด็กกว่าอายุจริงหรือคงความเด็กไว้ได้ตลอดเวลา
- - - - -
พวกเขาวิจัยเพื่อมาหาวิธีการจะชะลอความแก่ที่คนทั้งหลายรังเกียจ ซึ่งพออ่านแล้วก็พบว่าทำได้จริง ๆ ทำได้ไม่ยากเลย ความจริงคนทั้งหลายก็รู้ มีการแนะนำกันทั่วไป แต่มักจะไม่ทำกัน หรือยิ่งกว่านั้นทำตรงกันข้าม ลองดูว่าเขาแนะนำอะไรบ้าง

• การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ออกแบบให้ทุกส่วนของร่างกายได้เคลื่อนไหว เช่น เต้นแอโรบิกเดินเร็ว ๆ แกว่งแขนเร็ว ๆ ว่ายน้ำ รำมวยจีน รำมวยไทย รำวงมาตรฐาน (ข้อหลัง ๆ นี่เติมเองไม่ได้มาจากงานวิจัย แต่รับรองว่าการเต้นรำหรือรำวง ช่วยให้คนสูงอายุออกกำลังกายอย่างมีความสุขได้ผลดี ผู้เขียนวิจัยโดยไม่เป็นระบบจากการดูคนอายุ 60-80 ปีเต้นรำหรือชอบชวนเพื่อนไปร้องเพลง เต้นรำกัน ดูไม่แก่เลย ยิ่งแต่งตัวกันสวย ๆ แล้วละก็ คนอายุ 40-50 ปีอายเลย)
• กินอาหารให้เหมาะ น้ำตาล ไขมัน แป้ง ลดลง สิ่งที่ต้องลดแน่ ๆ คือ ขนมหวาน น้ำอัดลม กาแฟเย็น สิ่งที่ควรกินเพิ่มขึ้นคือ ผัก ผลไม้ และเมื่ออายุมากจะมียามีวิตามินตามที่คุณหมอผู้แสนดีสั่งมาให้ ต้องกินให้ครบ แล้วเอาทุเรียน เอาขนมหวาน ช็อกโกแลตไปฝากให้คุณหมอผู้แสนดีกินแทนเรา (ประโยคหลังนี่งานวิจัยไม่ได้บอกไว้)
• อยู่ในที่อากาศดี สูดลมหายใจลึก ๆ ยาว ๆ ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมา
• ทำจิตใจให้สงบสบาย นั่งสมาธิ ฟังเพลงเพราะ ๆ พูดคุยเรื่องดี ๆ กับคนที่ถูกใจ มีนักวิชาการทางด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุให้ข้อมูลว่า ถ้าดูแลร่างกายดีร่างกายจะแข็งแรงสูงสุดระหว่าง อายุ 35 ถึง 40 ปี หลังจากนั้นโดยทั่วไปจะสูญเสียความแข็งแรงลง 1% ต่อปี ถ้าอยากให้อนาคตร่างกายยังแข็งแรงต้องออกกำลัง และแน่นอนละแนะนำให้เดินเร็ว ๆ และว่ายน้ำ ทำตลอดเวลา ร่างกายจะแข็งแรงจนอายุ 70-80 ปีทีเดียว

คนแข็งแรงไม่ต้องตรวจร่างกายบ่อย ๆ เหมือนคนแก่ทั่วไป และมีเวลาไปทำความดี ถ้าทุกวันทำความดีมีประโยชน์ ร่างกายจะดี แข็งแรง สดชื่น ตามจิตใจไปด้วย

คนมีอายุ ทำความดี ทำคุณประโยชน์กับสังคมอย่างสม่ำเสมอจะลืมอายุจริงของตัวเองไปเลย เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปอีกปีแล้ว และเมื่อคนมาพบเจอเข้าก็จะทักทายว่า ‘ดูไม่แก่ลงเลย’
  • ติดตามอ่านบทความเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์ เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค ฉบับที่ 1063 ปักษ์แรกมีนาคม 2559

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.