เวลาเท่ากัน แต่เวลาก็ไม่เท่ากัน : ญามิลา

เมื่อกำหนดให้ 1 ปีคือ 365 วัน ทุกคนจึงมีเวลา 365 เท่ากันหมด แต่ 12 เดือน ของแต่ละคนนานไม่เท่ากัน บ้างรู้สึก 1 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว บ้างรู้สึกเชื่องช้าทั้งความช้าและความเร็วของเวลามีใจเป็นตัวกำหนด 1 ชั่วโมงของผู้ที่กำลังรอคอยย่อมแตกต่างจาก 1 ชั่วโมงของผู้ที่กำลังมีความสุข

และความทุกข์มักผ่านชีวิตผู้คนอย่างเชื่องช้า 1 คืนของคนทุกข์จึงยาวนาน และสำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ...1, 2, 3 ชั่วโมงที่พยายามจะข่มตาหลับช่างทรมาน ส่วนคนหลับสบายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว

ชีวิตมนุษย์ถูกเวลาควบคุมและบงการเอาไว้ เมื่อเขาบอกว่า 31 ธันวาคมคือวันสิ้นปี วันที่ 1 มกราคมเป็นวันแรกของปี เราก็เชื่อไปตามนั้น และความเชื่อดังกล่าวฝังแน่นอยู่ในความรู้สึกนึกคิด ผู้คนพากันคล้อยตามว่าวันสิ้นปีและวันขึ้นปีใหม่มีอยู่จริง รู้สึกรู้สมกับการสมมุติ แต่สัตว์ทั้งหลายไม่รู้ รู้แค่กลางวันกลางคืน ไม่รู้ว่าบางเดือนมี 30 วัน บางเดือนมี 31 วัน ไม่รู้จักวันจันทร์ ไม่รู้จักวันศุกร์ ไม่มีเสาร์-อาทิตย์ไม่มีวันหยุดยาว เวลาของสัตว์อิงกับธรรมชาติและกลมกลืนไปด้วยกัน เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ก็ผสมพันธุ์ และสัตว์บางชนิดจำศีลเมื่อฤดูหนาวมาถึง พวกมันกินและสะสมอาหารไว้ให้มาก หาที่สงบและปลอดภัยจากนั้นก็อยู่นิ่ง ๆ รอจนกว่าหน้าหนาวหมดไปและอากาศอบอุ่นจึงออกจากการจำศีล

มนุษย์สมมุติเรื่องเวลาขึ้นมาเพื่อใช้สอย และการสมมุติยังเล็กลงไปเกินกว่าหน่วยวินาทีอีกด้วย แต่ชีวิตคนส่วนใหญ่ใช้สอยแค่วินาที เช่นรถติดไฟแดง 30, 60, 90 วินาที ระหว่างนั้นเราก็รอคอยกัน บางคนรู้สึกนานเพราะรีบ หลังจากการรอคอยสิ้นสุดลงและไฟเขียวทำงาน ผู้คนก็รีบเร่ง เพราะกลัวไฟเขียวที่มีอยู่ 20, 30 วินาทีจะหมดลงและไม่อยากติดไฟแดงอีก ความรีบความเร่งของคนเรานั้นมีใจและเวลาคอยบงการ เมื่อรีบเสียแล้วใจก็เดินทางเร็ว ยิ่งรีบเวลายิ่งเร็ว ยิ่งไม่อยากให้มาถึง--วัน, เดือน, ปี ยิ่งผ่านหน้าไปรวดเร็ว


ที่ใดมีเวลาที่นั่นมีความเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะไม่สมมุตินาที, ชั่วโมง, วัน ขึ้นมา ความเปลี่ยนแปลงก็ไม่เคยหายไปไหน มันอยู่ในทุกสรรพสิ่ง การเกิดและการตายคือความเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย เมื่อถึงเวลาก็เกิด เมื่อหมดเวลาก็ตาย จะเอาเฉพาะเกิดไม่เอาตายไม่ได้ เพราะทั้งคู่เป็นเรื่องเดียวกัน เหมือนที่กลางวันคือเรื่องเดียวกับกลางคืนแต่อยู่ต่างด้าน ความเปลี่ยนแปลงทำให้เด็กโตขึ้น ทำให้เส้นผมสีดำกลายเป็นสีเทาหรือสีขาว ทำให้แผ่นหลังที่เคยหยัดตรงโค้งเข้าหาแผ่นดิน

แม้ผู้คนจะมีเวลา 1 วัน 1 เดือน 1 ปีเท่ากัน แต่มีเวลาในชีวิตไม่เท่ากัน บางคนอยู่ดูโลกแค่ 7-8 ปี ก็อำลา บางคนอยู่จนอายุ 80-90 ปี เราไม่รู้เลยว่ามีเวลาคนละเท่าไร นี่คือความลับของชีวิต และยังมีอีกหลายความลับ--จนกระทั่งถึงเวลา ความลับก็เปิดเผยออกมา เรารู้ว่าปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้นบ้างกับชีวิต แต่รู้หรือว่าปีหน้าชีวิตจะเป็นอย่างไร อย่าว่าแต่ปีหน้าเลย แค่พรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้าก็ไม่รู้ เรารู้แค่เมื่อธันวาฯสิ้นสุดลงจะตามมาด้วยมกราฯ เมื่อวันอาทิตย์หมดไปก็ได้เวลาของวันจันทร์

7 วันใน 1 สัปดาห์วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา 12 เดือนใน 1 ปีก็ซ้ำ มีแต่ศักราชที่เคลื่อนไปข้างหน้าและไม่วนกลับยกเว้นเริ่มต้นใหม่ ตั้งศักราชใหม่ ๆ ขึ้นมา ว่ากันว่าอายุโลกคือ 4.6 พันล้านปี นึกออกไหมว่าเวลาเท่านี้นานเพียงใด? บางเรื่องก็มากเกินกว่าจะจินตนาการได้ การที่โลกอายุเท่านี้ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลงมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัยและความเปลี่ยนแปลงของโลกยังคงดำเนินต่อไปไม่ขาดสาย เราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสายดังกล่าว ก่อนมีมนุษย์มีไดโนเสาร์มาก่อน พวกเรามาถึงโลกทีหลังสัตว์หลายชนิดด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับอายุของโลก--ผู้คนก็เพิ่งมาพักอาศัยได้ไม่นาน แต่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับปูมหลังของโลก หมา, แมวไม่รู้หรอกว่าโลกนี้เคยมีไดโนเสาร์และพวกมันไม่จำเป็นต้องรู้

บางคนสงสัย--สัตว์รู้หรือเปล่า? พวกมันเกิดมาแล้วต้องตาย แต่คนรู้--ยังไม่รู้วันนี้ก็จะรู้วันหน้า เด็กเล็กไม่กลัวตาย พวกเขาอยู่ในวัยที่ไม่รู้ว่าความตายคืออะไร หลังจากนั้นไม่นานจะค่อย ๆ รับรู้ว่า ‘ตาย’ มีความหมายอย่างไร คนเมื่อ 2,000-3,000 ปีที่แล้วกลัวตายไม่ต่างจากคนรุ่นปัจจุบัน ถ้าไม่มีใครตายเลย โลกก็จะมีพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับพักอาศัย...ตายเพื่อเกิด และเกิดเพื่อตาย

แม้ 1 วันของทุกคนจะเท่ากับ 24 ชั่วโมงเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน 24 ชั่วโมงของคนป่วยที่ต้องนอนบนเตียงย่อมยาวนานกว่า 24 ชั่วโมงของคนที่ออกจากบ้านตอนเช้าเพื่อไปทำงาน 24 ชั่วโมงของคนที่เพิ่งอกหักแตกต่างจาก 24 ชั่วโมงของคนที่เพิ่งพบรัก 24 ชั่วโมงของเด็กเคลื่อนที่กระฉับกระเฉงกว่า 24 ชั่วโมงของคนแก่ 24 ชั่วโมงของคนขี้เกียจจะหมดไปอย่างไร้ความหมาย เมื่อ 1 วันหมดไป วันในชีวิตก็พร่องลงอีก 1 วัน ไม่มีใครใช้ชีวิตแล้วได้เวลาในชีวิตเพิ่มขึ้น มีแต่ค่อย ๆ ลดลงเพื่อจะหมดไปในที่สุดและที่สำคัญ--เราไม่รู้ว่าจะหมดเมื่อไร บางคนวันนี้ยังมีชีวิตอยู่เลย แต่พรุ่งนี้ไม่อยู่เสียแล้ว บางทีเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายก็บางมาก

1 เดือนของคนที่ขัดสนเรื่องเงินทองย่อมยุ่งเหยิงกว่า 1 เดือนของคนที่พอกินพอใช้ 1 เดือนของคนฟุ่มเฟือยจะตามมาด้วยความเดือดร้อนขัดสนในเดือนต่อไปหรือในปีต่อไป วันนี้มีส่วนในการกำหนดว่าวันหน้าจะเป็นเช่นไร เดือนนี้กำหนดเดือนหน้า และปีนี้กำหนดปีหน้า บ้างตั้งเป้าหมายไว้ว่าอีก 5 ปีจะร่ำรวย บ้างบอกอีก 5 ปีจะเลิกจะทำงาน ส่วนที่บอกอีก 3 ปีจะแต่งงาน หรืออีก 2 ปีจะมีลูก ล้วนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเวลา...มีใครบ้างที่อยู่เหนือเวลาได้

เวลาคือสายอันยาวเหยียดที่เริ่มต้นเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือทุกคนมีเวลาอันจำกัด ใช้สอยแล้วก็หมดไป เมื่อปีเก่าสิ้นลง ชีวิตเราก็พร่องไป 1 ปี การพยายามเติมชีวิตที่พร่องลง, พร่องลงให้เต็มขึ้น, เต็มขึ้น...ไม่ใช่เรื่องที่คนมีสติปัญญาจะทำกัน
  • คอลัมน์ นับ ‘หนึ่ง’ จนถึง ‘ศูนย์’ฉบับที่ 1058 ปักษ์หลังธันวาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.