ทรงเป็นยิ่งกว่าเทวดา (ตอนที่ 2) : จินตนา บุญบงการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัด และพระองค์ทรงมีวิธีการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เหล่าทหารและตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจตระเวนชายแดนโดยการพระราชทานพระเครื่อง พระเครื่ององค์นั้นคือพระ ‘สมเด็จจิตรลดา’ หรือพระ ‘กำลังแผ่นดิน’ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเอง ตามปกติทรงพระราชทานเฉพาะแก่ผู้ที่ขอ แต่มีทหารและตำรวจหลายนายที่มีโชค ทรงพระกรุณาพระราชทานโดยไม่ได้ขอ
          พระเครื่ององค์นี้ ทรงสร้างด้วยการนำเอาวัตถุมงคลหลายชนิดผสมกัน เช่น ดินจากปูชนียสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศ ดอกไม้ที่ประชาชนทูลเกล้าฯถวายในโอกาสต่าง ๆ และเส้นพระเจ้า (คือเส้นผม) ของพระองค์เอง ใช้กาวลาเท็กซ์เป็นเครื่องยึด พระองค์จะทรงกดพระแต่ละองค์ลงในพิมพ์ โดยไม่ได้เอาเข้าเตาหรือเครื่องทำความร้อนใด พิมพ์พระนั้นอาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาประติมากรรมและจิตรกรรมเป็นผู้แกะถวาย
          ผู้ที่ได้รับไปนั้นจะมีพระบรมราโชวาท มีความว่า พระที่พระราชทานนั้นก่อนจะเอาไปบูชาให้ปิดทองเสียก่อน แต่ให้ปิดเฉพาะข้างหลังพระเท่านั้น
          พระราชทานพระบรมราชาธิบายด้วยว่า ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อจะได้เตือนตัวเองว่า การทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใคร หรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว
          พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ได้เขียนแล้วว่า เคยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตปิดทองหน้าพระที่ได้รับพระราชทานไป เพราะทำงานหนักและเหนื่อยที่สุด เกือบได้รับอันตรายร้ายแรงก็หลายครั้ง และกรมตำรวจยังไม่ให้เงินเดือนขึ้น
          พระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระสรวล (ยิ้ม) ก่อนที่จะมีพระราชดำรัสตอบด้วยพระสุรเสียงที่ส่อพระเมตตาและพระกรุณาว่าปิดทองไปข้างหลังพระเรื่อย ๆ แล้วทองจะล้นออกมาที่หน้าพระเอง
          คนทั่วไปบนบานศาลกล่าวขอเทวดาว่าให้มีความร่ำรวยมีเงินมีทองใช้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่คอยให้ใครมาบนบาน พระองค์จะพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อนด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระกรุณาเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน
          คนไทยรู้กันไหมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาแนะนำให้ราษฎรที่ขาดโปรตีนรู้จักปลูกถั่วเหลืองกินเพื่อเพิ่มโปรตีน ที่บ้านห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นครั้งแรกทรงเพาะพันธุ์ปลานิลจนเป็นอาหารโปรตีนที่คนทั่วไปบริโภคได้ คนไทยส่วนใหญ่รู้กันทั่วไปพระองค์ทรงห่วงใยชาวเขามากโดยเฉพาะผู้ปลูกฝิ่น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานสัมภาษณ์ไว้เมื่อวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2554 ความว่า
          “...อย่างตอนเสด็จฯจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 50 กว่าปีมาแล้ว พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปเรื่อย ๆ ไปเจอบ้านชาวเขาหลายเผ่า ทอดพระเนตรเห็นเขาปลูกฝิ่น ซึ่งไม่ได้ทำให้เขาร่ำรวย ซ้ำยังทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม เพราะว่าสูบเองบ้างและขายราคาถูกให้พ่อค้าคนกลางพวกค้าฝิ่นเถื่อน สมัยก่อนนั้นประเทศอื่น ๆ เขาปราบฝิ่น โดยการเข้าไปเผาไร่ฝิ่น แต่พระองค์ตรัสเสมอว่า ถ้าเรายังไม่สามารถช่วยเหลือใครให้มีความกินดีอยู่ดีขึ้น เราจะไปทำลายวิถีชีวิตเก่าเขาไม่ได้ และการที่จะช่วยเขา ต้องทดลองทำให้แน่ใจก่อนว่าดีแล้วจึงค่อยให้เขาทำ โดยพระองค์จะทรงทดลองปลูกพืชผักผลไม้ต่าง ๆ เมื่อได้ผลแล้วจึงนำไปให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นคือทรงค่อย ๆ ทำ
          แล้วก็มีมิตรประเทศต่าง ๆ นำพืชผลมาให้ลองปลูกแทนฝิ่น จนโครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ เขาถามว่า ที่เมืองไทยใครเป็นคนทำเรื่องนี้ สมัยนั้นยังไม่มีใครทำมีแต่พระองค์ทำอยู่ เขาอาสาว่าจะมาช่วย แต่งานทั้งหมดพวกเราคนไทยทำกันเองได้ รวมทั้งงานด้านวิชาการด้วย...”
          ทรงเป็นเทวดาที่มาโปรดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยไม่ต้องร้องขอ พระองค์เสด็จฯไปถึงที่ซึ่งมีปัญหา ไปรับฟังปัญหา และแก้ปัญหายิ่งกว่าเทวดาองค์ใดจะทำได้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานสัมภาษณ์ความว่า
           “เวลาจะเสด็จฯไปไหน บางครั้งคนทั้งขบวนยังไม่รู้เลยว่าจะเสด็จฯไปไหน เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ไม่ให้ประชาชนต้องลำบาก อย่างฉันตามเสด็จ บางทีพระองค์ทรงแกล้งพระราชทานแผนที่มาให้และตรัสว่าจะเสด็จฯ ประมาณตรงนี้จะทรงขับรถไปตามที่ฉันบอกทาง ทรงให้เป็นเนวิเกเตอร์ ฉันก็บอกเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ตรงหน้า 3 เมตร จริง ๆ ไม่ถูก พระองค์ก็ทรงแกล้งขับตามที่ฉันพูด มีอยู่วันหนึ่งลงไปอยู่กลางนา ไม่มีคนเลย มีแต่พระรูปหนึ่งกำลังซ่อมหลังคาโบสถ์ พระหันมาเห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ปีนลงจากโบสถ์ แล้วไปที่หอกลอง ตีกลอง ที่บอก ‘หางเปียมาเลียใบตอง พระตีกลองตะลุ่งตุ้งแช่’ ฉันก็ได้เห็นคราวนั้น
          พระตีกลองสักพักหนึ่งประชาชนก็มาเฝ้ากันมากมาย มาเฝ้าแล้วก็เล่าถวายว่าตรงนี้เป็นอย่างไร มีความเดือดร้อนอะไร พระองค์ทรงรับฟังแล้วทรงช่วยแก้ปัญหาตามที่เขากราบบังคมทูล พอเขากราบบังคมทูล พระองค์ก็เสด็จฯไปทอดพระเนตรทันทีแล้วก็ทรงถามและคุยกันว่า ตกลงเราจะทำอย่างไรกันดีที่จะแก้ปัญหานั้น ๆ เช่น ปัญหาการแบ่งน้ำที่แช่ปอ สมัยนี้เราไม่เห็นแล้วนะปอ เขาจะแช่ปอ พอแช่ไปน้ำก็จะเน่า น้ำนั้นจะเอาไปใช้การเกษตรก็ไม่ได้ เอาให้วัวควายหรือสัตว์อื่นกินก็จะป่วย คนที่ทำปอกับปลูกข้าวก็ตีกัน พระองค์จึงทรงให้แยกน้ำเพื่อทำกิจกรรมข้าวและปอ อย่างโครงการปากพนัง พระองค์ทรงแบ่งกิจกรรมเพื่อที่ว่าคนไหนจะทำกิจกรรมอะไร ตรงนี้เขตน้ำจืด ตรงนี้เขตน้ำเค็ม เรียกว่า ‘การจัดปฏิรูปที่ดินใหม่’
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนักตลอดเวลาเพื่อคนยากไร้ คนด้อยโอกาส ทรงงานหนักกว่าเทวดาองค์ใดเพราะต้องหาปัญหา แก้ที่ปัญหา และต้องทำอย่างต่อเนื่องและยิ่งกว่านั้นต้องเป็นการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน อีกทั้งเป็นงานระยะยาว
          สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานสัมภาษณ์ว่า “พระองค์ก็คงทรงเหนื่อยเหมือนกัน แต่ทรงไม่บ่น ทรงงาน 365 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเสียงวิทยุดังตลอด และยังมีอุปกรณ์สำหรับติดตามข่าวสารพัดอย่าง... ถึงทรงรู้ว่ามีน้ำท่วม ไฟไหม้ตรงไหน มีอะไรพระองค์ก็ทรงให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีตรงนี้คงไม่เรียกว่าพัฒนา เป็น ‘บรรเทาสาธารณภัย’ มากกว่า
          เดี๋ยวนี้ก็ยังทรงทำอยู่เลย พระองค์ทรงงานแบบนี้จนรู้สึกว่าเป็นชีวิตประจำวันของพระองค์... ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ก็ทำงานอย่างต่อเนื่องและมาถวายรายงาน พระองค์ก็ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยในการดำเนินงาน”
          คนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นยิ่งกว่าเทวดา ทรงงานหนัก ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรของพระองค์ทุกคนอย่างไม่อาจหาใครเทียบได้
          ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
 
* ผู้ที่ตั้งใจว่าจะพยายามทำดีถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ได้ทุกวัน วันละนิดก็ยังดี
 
เอกสารอ้างอิง
1 พระมหากษัตริย์นักพัฒนา เพื่อประโยชน์สุขสู่ปวงประชา, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ธันวาคม 2554
2 รอยพระยุคลบาท; บันทึกความทรงจำของ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, พิมพ์ครั้งที่ 7, สำนักพิมพ์มติชน, 2549
3 พลังคำสอนของพ่อหลวง; เพื่อความสุขและความงดงามแห่งชีวิตอย่างแท้จริง, บุญมี พวงเพชร, ธิงค์ บียอนด์, 2556
4 หลักธรรม; ทำตามรอยพระยุคลบาท, ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล, พิมพ์ครั้งที่ 15, ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549
  • คอลัมน์เรื่องเล่าจากสาวย้อนยุค ฉบับที่ 1057 ปักษ์แรกธันวาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.