คนอยู่ในวงกลม : รู้ใช่ไหม โลกนี้เต็มไปด้วยฟรีแลนซ์? : วิรัตน์ โตอารีย์มิตร
    เห็นคนเขาพูดถึงหนังเรื่อง ‘ฟรีแลนซ์...ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ’ กันมาก ผมก็เลยไปดูเพราะอยากรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของหนังจะออกมาอย่างไร เป็นหนังที่ดีครับ ดูแล้วก็นึกถึงงานที่ทำ เพราะการหาเลี้ยงชีวิตของผมเกือบ 20 ปี ที่ผ่านมาถือว่าเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ เหมือนกัน ใครมาจ้างให้เขียน หากทำได้ก็ทำ งานแบบฟรีแลนซ์คือการรับจ้างนั่นเอง ดังนั้น ช่างไม้, ช่างปูน, ช่างไฟ และช่างอื่น ๆ ที่ไม่มีสังกัดจึงถือเป็นฟรีแลนซ์เหมือนกัน แต่ช่างปูนที่ไหนจะเรียกตัวเองว่าฟรีแลนซ์? คำคำนี้มักใช้ในวงการโฆษณา, วงการบันเทิง, วงการหนังสือ...อาชีพรับจ้างนั้นจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อมีคนจ้างอย่างสม่ำเสมอ ถ้าไม่มีใครจ้างก็อยู่ไม่ได้

    เดิมทีผมก็ไม่ได้คิดจะเป็นฟรีแลนซ์ แต่ไม่มีนิตยสารให้ทำ พยายามหานายทุนเพื่อเสนอโครงการทำนิตยสารก็ไม่สำเร็จ จึงรับจ้างเขียนเพื่อประทังชีพไปพลาง ๆ ระหว่างหาทางหนีทีไล่ แล้วก็ทำต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ การรับจ้างเขียนของผมนั้น บางช่วงงานมากบางช่วงงานน้อย ซึ่งเราไม่ได้เป็นผู้กำหนดเอง แต่ผู้ว่าจ้างกำหนด รายรับก็ขึ้นกับจำนวนงานที่ทำ ไม่ใช่สิ้นเดือนแล้วรับเงินเท่ากันทุกเดือน ใครที่ไม่ต้องการเผชิญกับความไม่มั่นคงทางการเงินและสารพัดความกดดัน--อย่ามาประกอบอาชีพรับจ้าง ทำงานกินเงินเดือนจะดีกว่า ขณะเดียวกัน บางคนก็ไม่เหมาะกับการเป็นฟรีแลนซ์ ไม่ว่าจะมองในแง่ความสามารถ, ความรับผิดชอบ, น้ำอดน้ำทน
    ในสังคมของเราและสังคมอื่นมากมายด้วยการรับจ้างนะครับ ข้าราชการรับจ้างรัฐ พนักงานเอกชนรับจ้างบริษัทที่ทำงานด้วย เด็กร้านก๋วยเตี๋ยวรับจ้างเจ้าของร้าน แต่การรับจ้างเหล่านี้ต้องมีสังกัด ส่วนฟรีแลนซ์ไร้สังกัด ไม่ต้องมีหัวหน้าหรือนายจ้าง มีเพียงผู้ว่าจ้างและไม่ใช่ลูกน้องใคร มองในแง่อิสระก็อิสระกว่าการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรและมีหัวหน้า แต่ก็ต้องแลกกับไม่มีสวัสดิการหรือความช่วยเหลือใด ๆ ผู้ทำงานรับจ้างแบบไร้สังกัดจึงต้องดิ้นรนมากกว่าคนทำงานประจำ มีความวิตกเรื่องการหาเงินเพื่อดำรงชีพสูงกว่า
    รุ่นน้องผมคนหนึ่ง รู้จักกันเพราะเขียนภาพประกอบให้คอลัมน์ผมในนิตยสาร ตอนนั้นเขาเป็นสถาปนิกของบริษัทดัง ต่อมาเมื่อผมลงทุนพิมพ์งานเขียนของตัวเองเขายินดีมาทำภาพประกอบให้และไม่นานก็ลาออกจากงานประจำเพื่อเป็นฟรีแลนซ์ และเปิดโรงเรียนศิลปะร่วมกับเพื่อน เมื่อรุ่นน้องคนนี้แต่งงานได้สักพัก ภรรยาของเขาที่เป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลรัฐก็เลือกที่จะลาออกจากงานเพราะต้องการร่วมเป็นฟรีแลนซ์กับสามี ตอนที่น้องผู้หญิงเกริ่นว่าจะออกจากงาน ผมบอกอย่าเพิ่งออกเลย--ทำไปก่อน คนหนึ่งเป็นฟรีแลนซ์ อีกคนก็ควรทำงานประจำ แต่เธอแน่วแน่ในการตัดสินใจ
    การเป็นฟรีแลนซ์ทำให้ผมไม่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน ไม่โหยหาวันเสาร์-อาทิตย์ งานเสร็จเมื่อไรก็เป็นวันหยุดเมื่อนั้น ส่วนการไม่มีทั้งหัวหน้าและลูกน้องก็ทำให้ไม่ต้องไปมีปัญหากับใคร ทั้งการทำงานที่บ้านและการไม่มีปัญหากับผู้อื่นถือเป็นเรื่องดี สำหรับเรื่องไม่ค่อยดีคือขาดความมั่นคงทางด้านการทำมาหากิน อย่างไรก็ตาม ถ้ามองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการรับจ้าง--ก็ธรรมดา และทำงานประจำใช่จะมั่นคงเสมอไป โดยเฉพาะงานบริษัท...มันมีด้านที่ไม่มั่นคงของมันอยู่
    ความอิสระในการที่ไม่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่, พนักงาน, ลูกจ้าง ฯลฯ นั้นมีจริง ผมไม่ค่อยรู้รายละเอียดของงานรับจ้างอื่น ๆ ส่วนงานของผมคือนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน ยกเว้นบางงานที่ต้องมีการไปคุยงานและไปทำงานข้างนอก แต่ก็ไม่บ่อย ทำงานที่บ้านมากที่สุด นอนดึกตื่นสายบ้าง นอนดึกตื่นเช้าบ้าง ความวิตกกังวลประการหนึ่งของการรับจ้างเขียนหนังสือคือเขาจะจ้างเราเขียนไปนานแค่ไหน ผมเคยผ่านการถูกว่าจ้างและถูกเลิกจ้างมานับสิบ ๆ ครั้งก็เลยต้องหาบางสิ่งมารองรับการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาดังกล่าว ได้แก่การเปิดร้านหนังสือ ซึ่งการเป็นเจ้าของร้านหนังสือด้วยให้ความรู้สึกดีกว่าเป็นฟรีแลนซ์อย่างเดียว
- - - - -
  • อ่านบทความฉบับเต็มได้ในคอลัมน์คนอยู่ในวงกลม ฉบับที่ 1053 ปักษ์แรกตุลาคม 2558

อ่านบทความย้อนหลัง
<




473/1-4 ซอยประชาสงเคราะห์ 2 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0-2641-7941-50 แฟกซ์ 0-2248-5819 อีเมล: info@kwanruen.com
Copyright © 2011-2014 Kwanruen Magazine. All right reserved.